เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) การเลือกขนาดความลึกและการรับน้ำหนัก
การเลือกขนาดความลึกและการรับน้ำหนักของเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรากฐานที่มั่นคง โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้ครับ:
1. ขีดความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load)
ขีดความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็มจะแปรผันตามขนาดหน้าตัดและสภาพดินในพื้นที่ติดตั้ง ดังนี้:
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 21 ซม. (Dia. 21 cm): รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 20–25 ตันต่อต้น
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 ซม. (Dia. 25 cm): รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 25–35 ตันต่อต้น
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ซม. (Dia. 30 cm): รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 30–50 ตันต่อต้น
- ขนาดสี่เหลี่ยม 18×18 ซม. (Square Spun): รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 15–25 ตันต่อต้น
- ขนาดสี่เหลี่ยม 23×23 ซม. (Square Spun): รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 25–35 ตันต่อต้น
เสาเข็มสปันไมโครไพล์มีความแข็งแกร่งกว่าเสาเข็มไมโครไพล์ทั่วไปถึง 10 เท่า และจากการทดสอบแรงอัดเสาสถิต (Static Axial Compression Test) ของเสาขนาด 21 ซม. พบว่าสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 83.13 ตัน ในช่วงการทดสอบ
2. การเลือกความลึกและการติดตั้ง
- ความยาวท่อนและการเชื่อมต่อ: เสาเข็มมีความยาว ท่อนละ 1.5 เมตร โดยติดตั้งเชื่อมต่อกันด้วย การเชื่อมไฟฟ้าแบบเต็มรอบ (Full Weld) บนเพลทเหล็กหนา 6 มม. เพื่อเพิ่มความลึกได้ตามต้องการ
- ระดับความลึกเป้าหมาย: ต้องตอกให้ลึกจนถึง “ชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดาน” (Bedrock) เพื่อหยุดปัญหาการทรุดตัวของอาคารอย่างถาวร
- ค่าเฉลี่ยความลึก: ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มักจะตอกลงไปลึกประมาณ 18–24 เมตร
3. การตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยทางวิศวกรรม
วิศวกรจะใช้เกณฑ์ตัดสินความปลอดภัยและการหยุดตอกจากการตรวจสอบหน้างาน ดังนี้:
- Last 10 Blow (การตอก 10 ครั้งสุดท้าย): เป็นการวัดระยะทรุดตัวจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย ซึ่งค่าที่ได้ต้อง ไม่เกินค่าที่วิศวกรคำนวณไว้ ในรายการคำนวณน้ำหนักปลอดภัย
- Dynamic Load Test: การทดสอบการรับน้ำหนักด้วยวิธีพลศาสตร์ตามมาตรฐาน ASTM D4945-96 เพื่อยืนยันความสมบูรณ์และการรับน้ำหนักของเสาเข็ม
- รายการคำนวณหลังตอก (Blow Count Report): เอกสารวิศวกรรมที่แสดงค่าการตอกจริงและยืนยันว่าเสาเข็มแต่ละต้นสามารถรับน้ำหนักได้จริงตามมาตรฐานที่ออกแบบไว้
การเลือกขนาดและจำนวนเสาเข็มที่เหมาะสม ควรได้รับการออกแบบและคำนวณโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร (เช่น อาคาร 1-5 ชั้น) และสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่ครับ

