ขนาดของฟุตติ้งคำนวณจากอะไร?

395 ขนาดของฟุตติ้งคำนวณจากอะไร?

ขนาดของฟุตติ้ง (Footing) หรือฐานราก ทั้งในส่วนของความกว้าง ความยาว และความหนา จะถูกคำนวณโดยวิศวกรโยธาเพื่อให้โครงสร้างมีความมั่นคง โดยพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้ครับ:

  1. น้ำหนักบรรทุกของอาคาร (Building Load)

น้ำหนักรวมที่ถ่ายลงสู่เสาแต่ละต้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดขนาด โดยประกอบด้วย:

  • น้ำหนักคงที่ (Dead Load): ได้แก่ น้ำหนักของโครงสร้างเอง เช่น เสา คาน พื้น ผนัง และหลังคา,
  • น้ำหนักบรรทุกจร (Live Load): ได้แก่ น้ำหนักของผู้อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องจักร,
  • น้ำหนักของตัวฟุตติ้งเอง: ในการคำนวณที่ละเอียด วิศวกรจะนำน้ำหนักของคอนกรีตฐานรากมารวมเป็นน้ำหนักบรรทุกด้วย
  1. กำลังแบกทานของดิน (Soil Bearing Capacity)

ขนาดพื้นที่ (กว้าง x ยาว) ของฐานรากต้องใหญ่พอที่จะกระจายน้ำหนักไม่ให้เกินความสามารถที่ดินจะรับได้:

  • การทดสอบดิน: วิศวกรจะใช้ข้อมูลจาก ผลเจาะสำรวจดิน (Soil Test) เช่น ค่าการตอกทดสอบมาตรฐาน (SPT) เพื่อประเมินความแข็งแรงของชั้นดินในแต่ละระดับ,
  • หลักการคำนวณพื้นที่: สำหรับฐานรากแผ่ พื้นที่ฐานที่ต้องการ = น้ำหนักรวม / กำลังแบกทานของดินที่ยอมให้,
  • สภาพดิน: หากเป็นดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ) ที่รับน้ำหนักได้น้อย ฐานรากมักต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือต้องเปลี่ยนไปใช้ ฐานรากเสาเข็ม (Pile Cap) แทน,
  1. ลักษณะและการจัดวางเสาเข็ม (สำหรับฐานรากเสาเข็ม)

ในกรณีที่ใช้เสาเข็ม ขนาดของฟุตติ้งจะถูกกำหนดเพิ่มเติมโดย:

  • จำนวนและขนาดของเสาเข็ม: ยิ่งน้ำหนักอาคารมาก จำนวนเสาเข็มต่อหนึ่งฐานก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ขนาดฟุตติ้งใหญ่ตามไปด้วย
  • ระยะห่างระหว่างเสาเข็ม: มาตรฐานทั่วไปจะกำหนดให้จุดศูนย์กลางเสาเข็มห่างกันอย่างน้อย 3 เท่าของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม (3D) เพื่อไม่ให้แรงดันของเสาเข็มแต่ละต้นซ้อนทับกันจนดินวิบัติ,
  • ระยะหุ้มคอนกรีต (Covering): ต้องเผื่อระยะจากขอบเสาเข็มต้นนอกสุดถึงขอบฟุตติ้ง เพื่อป้องกันเหล็กเสริมเป็นสนิมจากการกัดกร่อนของสารเคมีในดิน,
  1. ความหนาของฟุตติ้ง (Footing Thickness)

ความหนาจะถูกคำนวณเพื่อให้ฐานรากมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะไม่แตกร้าวหรือพังทลายจากแรงเค้น 3 รูปแบบ:

  • แรงเฉือนทะลุ (Punching Shear): ป้องกันไม่ให้เสาอาคารกดทะลุตัวฟุตติ้งลงมา
  • แรงเฉือนทางเดียว (One-way Shear): ป้องกันฟุตติ้งหักหรือร้าวตามแนวขนาน
  • โมเมนต์ดัด (Bending Moment): เพื่อคำนวณปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ป้องกันไม่ให้ฐานรากโก่งงอหรือแอ่นตัว

สรุปสั้นๆ คือ ขนาดความกว้างและยาวคำนวณจากน้ำหนักอาคารเทียบกับกำลังรับน้ำหนักของดิน ส่วนความหนาคำนวณเพื่อให้ฐานรากแข็งแรงพอที่จะไม่หักหรือถูกเสากดทะลุครับ,