สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน
หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การคำนวณทางด้านกลศาสตร์โครงสร้าง (STRUCTURAL MECHANICS COMPUTATION หรือ SMC) นะครับ
ในวันนี้ผมจะมาแชร์ความรู้ถึงหลักการในการออกแบบโครงสร้างให้มีความแข็งแรงด้วยวิธีการง่ายๆ แต่ มักจะถูกละเลย หรือ อาจถูกหลงลืมไปจากผู้ออกแบบอยู่บ่อยครั้ง นั่นก็คือ เทคนิคและวิธีในการเชื่อมต่อ สปริงแบบเชิงเส้น (LINEAR SPRING) เข้ากับตัวโครงสร้างนั่นเองนะครับ
เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่าเมื่อใดก็ตามที่ในการคำนวณทางด้านกลศาสตร์ของโครงสร้างและต้องมีจุดรองรับ (SUPPORT) ที่เป็น สปริงแบบเชิงเส้น เข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อใด ก่อนที่เราจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างนั้นๆ ได้เราจำเป็นที่จะต้องทำการประเมินเสียก่อนนะครับว่า สปริงแบบเชิงเส้น เหล่านั้นมีการเชื่อมต่อกันด้วยวิธีการแบบใดกันแน่ ?
ดังนั้นในวันนี้ผมจึงอยากที่จะขออนุญาตมาให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ ให้ได้รู้จักกันถึงวิธีในการเชื่อมต่อกันของ สปริงแบบเชิงเส้น กันนะครับ โดยที่วิธีในการเชื่อมต่อดังกล่าวนี้จะสามารถทำได้ 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่
CASE A: สปริงแบบเชิงเส้นเชื่อมต่อกันแบบอนุกรม
หากว่าเรามีชุดสปริงที่เชื่อมต่อกันด้วยวิธีแบบอนุกรม เราจะสามารถทำการคำนวณหาค่า K ของสปริงแบบเชิงเส้นโดยรวมได้เท่ากับ
K = 1/k1 + 1/k2 + 1/k3 + ……
CASE B: สปริงแบบเชิงเส้นเชื่อมต่อกันแบบขนาน
หากว่าเรามีชุดสปริงที่เชื่อมต่อกันด้วยวิธีแบบขนาน เราจะสามารถทำการคำนวณหาค่า K ของสปริงแบบเชิงเส้นโดยรวมได้เท่ากับ
K = k1 + k2 + k3 + ……
เรามาดู ตย สั้นๆ ในการคำนวณหาค่า K ของสปริงแบบเชิงเส้นโดยรวมกันดีกว่านะครับ โดยที่ผมจะกำหนดให้ค่า k1 มีค่าเท่ากับ 1,200 kgf/cm และ ค่า k2 มีค่าเท่ากับ 600 kgf/cm นะครับ
หากทำการเชื่อมต่อสปริงให้เป็นแบบอนุกรม จะสามารถคำนวณหาค่า K ของสปริงแบบเชิงเส้นโดยรวมได้เท่ากับ
1/K = 1/k1 + 1/k1 + 1/k2
1/K = 1/1,200 + 1/1,200 + 1/600
1/K = 0.00083 + 0.00083 + 0.00166
K = 1/(0.00083 + 0.00083 + 0.00166)
K = 300 kgf/cm
หากทำการเชื่อมต่อสปริงให้เป็นแบบขนาน จะสามารถคำนวณหาค่า K ของสปริงแบบเชิงเส้นโดยรวมได้เท่ากับ
K = k1 + k1 + k2
K = 1,200 + 1,200 + 600
K = 3,000 kgf/cm
จะเห็นได้ว่าเมื่อเราใช้ชุดของสปริงแบบเชิงเส้นที่มีค่าที่เท่าๆ กัน แต่ ทำการเชื่อมต่อกันด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน จะทำให้โครงสร้างของเรานั้นมีค่าความแข็งแรงของสปริงที่แตกต่างกันมากถึง 10 เท่าเลยทีเดียวนะครับ
ดังนั้นหากเพื่อนๆ จะต้องทำการคำนวณออกแบบให้ค่าสปริงมีวิธีการเชื่อมต่อเป็นแบบใด ก็ขอให้เพื่อนๆ อย่าลืมที่จะทำการคำนึงถึงประเด็นที่ผมได้นำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้ด้วยนะครับ เพราะ เรื่องๆ นี้จะส่งผลต่อการคำนวณค่าความแข็งแรง (STIFFNESS) ของสปริงเป็นอย่างมากเลยละครับ
หวังว่าความรู้เล็กๆน้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านในวันนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ
ADMIN JAMES DEAN


