Category Archives: ไมโครไพล์, เสาเข็มไมโครไพล์

ไมโครไพล์, เสาเข็มไมโครไพล์, สปันไมโครไพล์, เสาเข็มสปันไมโครไพล์

สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดชัยนาท

2714academic scaled

2714 สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดชัยนาท การสร้างบ้านชั้นเดียวในจังหวัดชัยนาท จะเลือกใช้ ฐานรากแผ่ (Spread Footing) ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ สภาพชั้นดินเฉพาะพื้นที่ เป็นสำคัญ โดยวิเคราะห์ตามลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดชัยนาทได้ดังนี้ครับ 1. สร้างบ้านชั้นเดียวที่จังหวัดชัยนาท ใช้ฐานรากแผ่ได้หรือไม่? พื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขา (อ.เมืองชัยนาท, อ.มโนรมย์, อ.สรรคบุรี): “ไม่แนะนำให้ใช้ฐานรากแผ่” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีชั้นดินเหนียวอ่อนอัดตัวแน่นหนามาก ชั้นดินแข็งดาน (Bearing Layer) อยู่ลึกลงไปถึงประมาณ 18 – 24 เมตร หากใช้ฐานรากแผ่วางบนดินชั้นบน อาคารจะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ส่งผลให้พื้นบ้านเอียง ผนังแตกร้าว หรือโครงสร้างเสียหายถาวร พื้นที่ใกล้เขตภูเขาหรือที่ดอน (บางส่วนของ อ.หันคา, อ.เนินขาม, อ.วัดสิงห์): เป็นบริเวณที่ชั้นดินแข็งอยู่ตื้นกว่า (ประมาณ 12 – 18 เมตร หรือบางจุดพบชั้นดินลูกรังแน่นใกล้ผิวดิน) อาจพิจารณาใช้ฐานรากแผ่ได้ หากผลการเจาะสำรวจชั้นดิน (Soil Boring Test) […]

สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดชลบุรี

2713academic scaled

2713 สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดชลบุรี การสร้างบ้านชั้นเดียวในจังหวัดชลบุรี สามารถใช้ “ฐานรากแผ่” ได้ในบางพื้นที่ แต่จำเป็นต้องพิจารณาจากสภาพชั้นดินจริงของหน้างานเป็นสำคัญครับ เนื่องจากจังหวัดชลบุรีมีลักษณะภูมิประเทศและสภาพชั้นดินที่หลากหลายและแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละอำเภอ 1. เงื่อนไขการใช้ “ฐานรากแผ่” สำหรับบ้านชั้นเดียวในจังหวัดชลบุรี พื้นที่ที่สามารถใช้ฐานรากแผ่ได้: ในบางโซนของจังหวัดชลบุรี เช่น บริเวณเนินเขา ที่ราบเชิงเขา หรือพื้นที่ดินปนลูกรัง/ชั้นหินดานตื้น (พบบ่อยในบางพื้นที่ของ อ.ศรีราชา, อ.บางละมุง หรือโซนพัทยา) ชั้นดินแข็งด้านบนมีความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกสูงพอ การใช้ฐานรากแผ่ (Shallow Foundation) จะช่วยประหยัดงบประมาณและก่อสร้างได้รวดเร็ว พื้นที่ที่ไม่ควรใช้ฐานรากแผ่ (ต้องใช้ฐานรากเสาเข็ม): ในพื้นที่ราบลุ่ม ชายฝั่งทะเล หรือพื้นที่ดินเหนียวอ่อนผิวด้านบน รวมถึงที่ดินถมใหม่ หากใช้ฐานรากแผ่อาจเกิดปัญหา การทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ทำให้ตัวบ้านเกิดรอยแตกร้าวรุนแรงและทรุดเอียงได้ ดังนั้น จำเป็นต้องใช้ฐานรากเสาเข็มที่ตอกลงลึกถึงชั้นดินแข็งดาน (ลึกประมาณ 18 – 24 เมตร) เพื่อความปลอดภัย การยืนยันก่อนสร้าง: ควรจัดให้มีการ เจาะสำรวจชั้นดิน (Soil Boring Test) หรือให้วิศวกรประเมินกำลังรับน้ำหนักของดินหน้างานก่อนตัดสินใจเลือกประเภทฐานราก 2. […]

สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดฉะเชิงเทรา

2712academic scaled

2712 สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดฉะเชิงเทรา การสร้างบ้านชั้นเดียวในพื้นที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยใช้ “ฐานรากแผ่” (ฐานรากตื้นที่วางบนดินโดยไม่ใช้เสาเข็ม) ไม่แนะนำอย่างยิ่ง หากคุณเป็นเจ้าของบ้านที่ “ต้องการงานคุณภาพสูง มั่นคง ปลอดภัย และไม่ต้องการเผชิญปัญหาบ้านทรุดตัวในอนาคต” 1. ทำไมจังหวัดฉะเชิงเทราจึงไม่เหมาะกับ “ฐานรากแผ่”? สภาพชั้นดินอ่อนหนาแน่นมาก: จังหวัดฉะเชิงเทราตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำบางปะกงและภาคกลางตอนล่าง สภาพชั้นดินส่วนใหญ่เป็น ดินเหนียวอ่อน (Soft Clay) คล้ายกับพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ดินชั้นบนมีความหนาและอัดตัวสูง มีความสามารถในการรับน้ำหนักต่ำมาก ความเสี่ยงการทรุดตัวสูง: ฐานรากแผ่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่เป็นชั้นดินแข็ง หิน หรือดินลูกรังอยู่ใกล้ผิวดิน หากนำมาใช้ในพื้นที่ดินอ่อนอย่างฉะเชิงเทรา น้ำหนักของตัวบ้านจะทำให้ดินชั้นบนค่อยๆ ยุบตัว ส่งผลให้บ้านเกิดการ ทรุดตัวรุนแรง ทรุดเอียง หรือผนังและโครงสร้างแตกร้าว ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบานปลาย: การแก้ไขบ้านทรุดจากฐานรากแผ่ในภายหลังมีราคาสูงมากและทำได้ยาก การเลือกใช้ระบบเสาเข็มที่เหมาะสมตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้างจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด 2. ทางออกสำหรับงานคุณภาพ: เลือกใช้ “เสาเข็มสปันไมโครไพล์” เพื่อให้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทรามีความแข็งแรง มั่นคง ไม่ทรุดตัว จำเป็นต้องใช้ฐานรากเสาเข็มที่ตอกลงไปลึกถึงชั้นดินแข็งดาน (Bearing Layer) ซึ่งในพื้นที่ฉะเชิงเทรา มักจะอยู่ที่ความลึกประมาณ 21 – […]

สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดจันทบุรี

2711academic scaled

2711 สร้างบ้านชั้นเดียวใช้ฐานรากแผ่ได้ไหม? จังหวัดจันทบุรี การสร้างบ้านชั้นเดียวใน จังหวัดจันทบุรี จะสามารถใช้ “ฐานรากแผ่” (Shallow Foundation) ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ “สภาพชั้นดินในพื้นที่ก่อสร้างจริง” เป็นสำคัญ หากท่านมุ่งเน้น “งานคุณภาพสูง มาตรฐานวิศวกรรม ความมั่นคงถาวร และความปลอดภัยต่อตัวบ้านในระยะยาว” มีรายละเอียดทางวิศวกรรมที่ต้องพิจารณาดังนี้ครับ 1. สร้างบ้านชั้นเดียวในจังหวัดจันทบุรี ใช้ฐานรากแผ่ได้หรือไม่? จังหวัดจันทบุรีมีสภาพทางธรณีวิทยาและชั้นดินที่หลากหลายมาก ทั้งพื้นที่เนินเขา ดินลูกรัง พื้นที่ราบลุ่ม และพื้นที่ชายฝั่ง: กรณีที่ใช้ “ฐานรากแผ่” ได้: ทำได้เฉพาะในพื้นที่ ดินแข็ง ดินลูกรังแน่น หรือชั้นหินดานตื้น (เช่น บริเวณพื้นที่เชิงเขา หรือที่ดอนในบางอำเภอ) ซึ่งดินชั้นบนมีความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Bearing Capacity) สูงเพียงพอตามที่วิศวกรกำหนด ข้อเงื่อนไขสำคัญ: ต้องมีการ เจาะสำรวจดิน (Soil Boring Test) หรือผ่านการวิเคราะห์ทดสอบกำลังรับน้ำหนักของดินโดยวิศวกรโครงสร้างวิชาชีพก่อนเท่านั้น ห้ามคาดเดาด้วยสายตาเด็ดขาด กรณีที่ไม่ควรใช้ฐานรากแผ่ (เสี่ยงบ้านทรุดร้าว): หากเป็นพื้นที่ ราบลุ่ม ดินตะกอน […]

ปัญหา “เข็มหนีศูนย์” คืออะไร? คือการที่เสาเข็มเอียงหรือเบี่ยงออกจากตำแหน่งที่กำหนดไว้ในแบบ (Layout) ซึ่งหากเยื้องศูนย์เกินมาตรฐาน วิศวกรจะต้องคำนวณฐานรากใหม่เพื่อเสริมความแข็งแรง

2630academic scaled

2730 ปัญหา “เข็มหนีศูนย์” คืออะไร? คือการที่เสาเข็มเอียงหรือเบี่ยงออกจากตำแหน่งที่กำหนดไว้ในแบบ (Layout) ซึ่งหากเยื้องศูนย์เกินมาตรฐาน วิศวกรจะต้องคำนวณฐานรากใหม่เพื่อเสริมความแข็งแรง ปัญหา “เข็มหนีศูนย์” (Pile Deviation / Pile Eccentricity) คือ ปรากฏการณ์ที่เสาเข็มตอกหรือกดลงไปในดินแล้ว เกิดการเบี่ยงเบน เอียง หรือขยับออกจากตำแหน่งศูนย์กลางที่ระบุไว้ในแบบแปลน (Layout) ซึ่งส่งผลให้การถ่ายน้ำหนักจากเสาตอม่อลงสู่เสาเข็มไม่ได้อยู่ในแนวดิ่งตรงศูนย์กลาง ทำให้เกิด โมเมนต์ดัด (Bending Moment) และแรงกระทำเพิ่มเติมที่ตัวฐานราก (Footing) และตัวเสาเข็ม 1. สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเข็มหนีศูนย์ สภาพชั้นดินและสิ่งกีดขวางใต้ผิวดิน: ตอกเจอตอไม้ เศษคอนกรีตเก่า หรือชั้นหินใต้ดิน ทำให้ปลายเสาเข็มเบนออกไปด้านข้าง แรงดันดินจากการตอกเสาเข็มต้นข้างเคียง: การตอกเสาเข็มเนื้อตันหลายๆ ต้นในพื้นที่ใกล้กัน ทำให้เกิดแรงดันดินสะสมใต้ผิวดิน คอยดันให้เสาเข็มต้นที่ตอกไปแล้วเอียงหรือเบี้ยวหนีศูนย์ ความคลาดเคลื่อนของเครื่องจักรและหน้างาน: การตั้งปั้นจั่นไม่ได้ระดับแนวดิ่ง (Plumb) หรือการจับจับระดับน้ำก่อนตอกไม่แม่นยำ การขุดเปิดหน้าดินทำฐานราก: การใช้รถแมคโครขุดดินรอบหัวเสาเข็มอย่างรุนแรงจนชนหรือดันหัวเสาเข็มเคลื่อนตำแหน่ง 2. ข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานวิศวกรรมเกี่ยวกับเข็มหนีศูนย์ ตาม กฎกระทรวง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 และมาตรฐานวิศวกรรมโครงสร้าง […]

การต่อเสาเข็มต้องเชื่อมเพลทเหล็กเต็มรอบไหม? ต้องเชื่อมเต็มรอบ (Full Welding) และต้องเคาะตะกรัน (Slag) ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้รอยต่อแยกออกจากกันขณะตอก

2629academic scaled

2729 การต่อเสาเข็มต้องเชื่อมเพลทเหล็กเต็มรอบไหม? ต้องเชื่อมเต็มรอบ (Full Welding) และต้องเคาะตะกรัน (Slag) ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้รอยต่อแยกออกจากกันขณะตอก ในการต่อเชื่อมท่อนเสาเข็มสำหรับงานก่อสร้างและงานต่อเติมอาคารที่ ต้องการคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด คำถามสำคัญทางวิศวกรรมคือ “การต่อเสาเข็มจำเป็นต้องเชื่อมเพลทเหล็กเต็มรอบหรือไม่?” คำตอบทางวิศวกรรมคือ “จำเป็นต้องทำการเชื่อมแบบเต็มรอบ (Full Penetration Weld) 100% และต้องเคาะตะกรัน (Slag) ขี้เชื่อมออกให้หมดทุกครั้ง” เพื่อป้องกันไม่ให้รอยต่อแยกออกจากกันหรือสูญเสียความแข็งแรงขณะตอกลงใต้ผิวดินครับ 1. เหตุผลทางวิศวกรรม: ทำไมต้องเชื่อมเต็มรอบ (Full Weld) และเคาะตะกรัน (Slag)? ป้องกันรอยต่อแยกออกจากกันขณะตอก (Prevent Joint Separation): ขณะที่ปั้นจั่นทำการตอกเสาเข็มลงไปใต้ผิวดิน ตัวเสาเข็มและรอยต่อระหว่างท่อนจะต้องแบกรับแรงกระแทกมหาศาล (Hammer Impact Energy) รวมถึงแรงต้านทานจากชั้นดิน หากทำการเชื่อมเพียงบางจุด (Tack Weld) หรือเชื่อมไม่เต็มรอบ รอยต่อเพลทเหล็กจะไม่สามารถกระจายแรงกระแทกได้เท่ากัน ส่งผลให้รอยเชื่อมปริแตก และเสาเข็มท่อนบนกับท่อนล่างแยกออกจากกันใต้ผิวดินโดยที่มองไม่เห็น การเคาะตะกรัน/สแลก (Slag Removal) เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อโลหะ: ในกระบวนการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมชนิดหุ้มฟลักซ์ (เช่น มาตรฐาน AWS […]

ขบวนการตรวจสอบว่าเสาเข็มจมลึกได้ระดับและรับน้ำหนักได้จริงเรียกว่าอะไร? เรียกว่าการเช็ค Last Ten Blow Count (การนับจำนวนครั้งการตอก 10 ครั้งสุดท้ายเพื่อดูระยะจม)

2628academic scaled

2728 ขบวนการตรวจสอบว่าเสาเข็มจมลึกได้ระดับและรับน้ำหนักได้จริงเรียกว่าอะไร? เรียกว่าการเช็ค Last Ten Blow Count (การนับจำนวนครั้งการตอก 10 ครั้งสุดท้ายเพื่อดูระยะจม) ขบวนการตรวจสอบว่าเสาเข็มจมลึกได้ระดับและรับน้ำหนักได้จริงตามที่วิศวกรออกแบบไว้ เรียกว่า “การเช็ค Last Ten Blow Count” (การนับจำนวนครั้งการตอก 10 ครั้งสุดท้ายเพื่อดูระยะจม) ครับ โดยเป็นกระบวนการพิสูจน์กำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มหน้างานจริงในทางวิศวกรรมฐานราก มีรายละเอียดทางวิศวกรรมและแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพดังนี้: 1. การเช็ค Last Ten Blow Count มีหลักการทำงานอย่างไร? การเช็ค Last Ten Blow Count เป็นการวัดพฤติกรรมการจมตัวของเสาเข็มตอกขณะที่ปลายเสาเข็มตอกลงลึกจนใกล้ถึงชั้นดินแข็งดาน (Hard Strata / Bearing Layer): การคำนวณค่าทฤษฎีล่วงหน้า: วิศวกรโครงสร้างจะนำสเปกลูกตุ้มตอก (Ram Weight), ระยะยกตกอิสระ (Drop Height), น้ำหนักเสาเข็ม และกำลังรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยที่ต้องการ (Safe Load) มาคำนวณผ่านสูตรทางวิศวกรรมฐานราก (เช่น Hiley […]

งานประเภทไหนที่เหมาะกับเสาเข็มไมโครไพล์มากที่สุด? งานต่อเติมบ้าน (เช่น ครัวหลังบ้าน, โรงจอดรถ), งานซ่อมแซมโครงสร้างบ้านทรุด, งานฐานรากเครื่องจักรในโรงงาน หรือการก่อสร้างในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น

2627academic scaled

2727 งานประเภทไหนที่เหมาะกับเสาเข็มไมโครไพล์มากที่สุด? งานต่อเติมบ้าน (เช่น ครัวหลังบ้าน, โรงจอดรถ), งานซ่อมแซมโครงสร้างบ้านทรุด, งานฐานรากเครื่องจักรในโรงงาน หรือการก่อสร้างในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น การพิจารณาเลือกใช้เสาเข็มสำหรับ งานต่อเติมบ้าน, งานซ่อมแซมโครงสร้างบ้านทรุด, งานฐานรากเครื่องจักรในโรงงาน และงานก่อสร้างในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ถือเป็นงานที่ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่และต้องการความมั่นคงสูง โดยเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง เสาเข็มไอไมโครไพล์ (I-Micropile) และ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) จะพบความเหมาะสมในแต่ละประเภทงาน ดังนี้ครับ: 1. วิเคราะห์ความเหมาะสมกับงานก่อสร้างทั้ง 4 ประเภท 1) งานฐานรากเครื่องจักรในโรงงาน (เหมาะกับเสาเข็มสปันไมโครไพล์มากที่สุด) วิเคราะห์ความต้องการ: ต้องรองรับน้ำหนักบรรทุกหนักมหาศาล (Heavy Load) และทนทานต่อ แรงสั่นสะเทือนสะท้อนต่อเนื่อง (Dynamic Load) จากการทำงานของเครื่องจักรตลอดเวลา การเปรียบเทียบ: เสาเข็มไอไมโครไพล์ทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อการรับแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ในขณะที่ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ผลิตด้วยเทคโนโลยีปั่นแรงเหวี่ยงความเร็วสูง คอนกรีตอัดแน่น ไร้โพรงอากาศ ทำให้เนื้อปูนแกร่งกว่าเข็มทั่วไปถึง 10 เท่า จึงสามารถรับทั้งน้ำหนักกดทับและแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด 2) งานซ่อมแซมโครงสร้างบ้านทรุด (Underpinning / […]

เสาเข็มไมโครไพล์รับน้ำหนักได้จากปัจจัยใดบ้าง? รับจาก 2 ส่วนหลัก คือ แรงเสียดทานของผิวสัมผัสเสาเข็มกับดิน (Skin Friction) และ แรงต้านที่ปลายเข็มเมื่อตอกถึงชั้นดินแข็ง (End Bearing)

2626academic scaled

2726 เสาเข็มไมโครไพล์รับน้ำหนักได้จากปัจจัยใดบ้าง? รับจาก 2 ส่วนหลัก คือ แรงเสียดทานของผิวสัมผัสเสาเข็มกับดิน (Skin Friction) และ แรงต้านที่ปลายเข็มเมื่อตอกถึงชั้นดินแข็ง (End Bearing) กำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มทางวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ทั้งเสาเข็มไอไมโครไพล์ (I-Micropile) และเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) ถูกออกแบบให้แบกรับน้ำหนักอาคารและถ่ายเทลงสู่ผิวดินได้อย่างปลอดภัย โดยอาศัย 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้ครับ 1. 2 ปัจจัยหลักในการรับน้ำหนักของเสาเข็ม แรงเสียดทานของผิวสัมผัสเสาเข็มกับดิน (Skin Friction – (Q_s)): เกิดจากแรงฝืดและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างผิวคอนกรีตภายนอกของเสาเข็มกับมวลดินที่โอบล้อมอยู่ตลอดความยาวของท่อนเสาเข็ม ยิ่งเสาเข็มมีตอกลึก มีพื้นที่ผิวสัมผัสเรียบแน่น และดินรอบข้างมีความหนาแน่นสูง แรงเสียดทานรอบผิวเสาเข็มในการช่วยแบกรับน้ำหนักก็ยิ่งมาก แรงต้านที่ปลายเสาเข็มเมื่อตอกถึงชั้นดินแข็ง (End Bearing Resistance – (Q_b)): เกิดขึ้นเมื่อเสาเข็มถูกตอกต้านความต้านทานของดินลงไปจน ปลายเสาเข็มหยั่งลึกลงในชั้นดินแข็งดาน (Hard Strata / Bearing Layer) ชั้นดินแข็งดานจะทำหน้าที่เป็นฐานแบกรับแรงกดทับทั้งหมดจากปลายเสาเข็ม เปรียบเสมือนเสาอาคารที่หยั่งตั้งอยู่บนชั้นหินหรือชั้นดินดานที่มั่นคงถาวร ไม่จมทรุดตัวลงอีก วิศวกรจะนำกำลังรับน้ำหนักประลัยรวม ((Q_{ult} […]

การเชื่อมต่อระหว่างท่อนเสาเข็มใช้ขบวนการใด? ใช้การเชื่อมด้วยไฟฟ้า (Arc Welding) บริเวณ เพลทเหล็ก ที่ติดอยู่ปลายหัวและท้ายของเสาเข็มแต่ละท่อนให้เนื้อเหล็กผสานเป็นเนื้อเดียวกัน

2625academic scaled

2725 การเชื่อมต่อระหว่างท่อนเสาเข็มใช้ขบวนการใด? ใช้การเชื่อมด้วยไฟฟ้า (Arc Welding) บริเวณ เพลทเหล็ก ที่ติดอยู่ปลายหัวและท้ายของเสาเข็มแต่ละท่อนให้เนื้อเหล็กผสานเป็นเนื้อเดียวกัน การเชื่อมต่อระหว่างท่อนเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) ใช้ ขบวนการเชื่อมด้วยไฟฟ้า (Arc Welding / SMAW) โดยการนำแผ่นเพลทเหล็กหนา (Steel Joint Plate / Collar) ที่ติดอยู่บริเวณปลายหัวและท้ายของเสาเข็มแต่ละท่อนมาชนต่อกันอย่างสอดรับ แล้วทำการเชื่อมหลอมละลายเนื้อเหล็กเต็มรอบ (Full Penetration Weld) เพื่อให้เนื้อเหล็กของเพลททั้งสองท่อนหลอมรวมผสานแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอนทางวิศวกรรมดังนี้ครับ 1. ขบวนการและขั้นตอนการเชื่อมต่อท่อนเสาเข็มอย่างมีคุณภาพ การจัดแนวดิ่งและตรวจสอบความตรง (Alignment & Verticality Test): เมื่อตอกเสาเข็มท่อนแรกลงไปในดินจนเกือบมิด จะนำเสาเข็มท่อนที่ 2 มาตั้งวางต่อบนหัวเสาท่อนแรก แล้วใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำและลูกดิ่งตรวจสอบแนวดิ่งทั้ง แกน X และ แกน Y อย่างแม่นยำ พร้อมใช้ปลอกครอบหัวเสา (Cap Pile) บังคับยึดตำแหน่งไม่ให้เสาเข็มเคลื่อนตัวในขณะทำการเชื่อม การทำความสะอาดเพลทเหล็กรอยต่อ (Joint Preparation): […]