สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการไขข้อข้องใจกับปัญหาๆ หนึ่งที่ผมเคยได้ถูกสอบถามเข้ามาหลายครั้งแล้วว่า ระหว่างการวิเคราะห์ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เปรียบเทียบกันกับการวิเคราะห์ โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ โครงสร้างแบบใดที่จะสามารถทำการวิเคราะห์โครงสร้างออกมาได้ง่ายหรือยากกว่ากัน? ผมขอตอบแบบกว้างๆ แบบนี้ก็แล้วกันว่า เนื่องจากว่าการที่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นถือได้ว่าเป็นโครงสร้างประเภทวัสดุผสมหรือ COMPOSITE MATERIAL ซึ่งมิใช่วัสดุที่มีความเป็นเนื้อเดียวกันหรือ HOMOGENEOUS MATERIAL ซึ่งจะมีความแตกต่างออกไปจากโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ดังนั้นในการคำนวณหาค่าการเสียรูปที่มีความแม่นยำสำหรับโครงสร้างประเภทนี้จึงทำได้ยากกว่ามาก ดังนั้นผู้ออกแบบจึงควรต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องๆ นี้โดยเฉพาะ อีกทั้งควรที่จะมีซอฟต์แวร์ที่อาศัยกระบวนการทางไฟไนต์อีลีเม้นต์ที่มีประสิทธิภาพดีเพียงพอมาช่วยในขั้นตอนของการวิเคราะห์โครงสร้างด้วย ทั้งนี้ซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเม้นต์ในปัจจุบันจะประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างได้ทั้งในระบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชำนาญการและความถนัดเฉพาะทางของวิศวกรแต่ละท่านนั่นเองครับ ในรูปที่ 1 ที่แสดงอยู่ในโพสต์ๆ นี้จะเป็นรูปที่แสดงให้เห็นถึงรูปทรงของโครงสร้างแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ตั้งอยู่บนโครงสร้างเสาคอนกรีตเสริมเหล็กและรูปที่ 2 ก็จะเป็นรูปที่แสดงให้เห็นถึงผลของการวิเคราะห์หาค่าการเสียรูปและค่าแรงดัดรอบแกน Y เมื่อทำการอ้างอิง GLOBAL AXIS ของโครงสร้างแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กโดยที่เป็นการอาศัยซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเม้นต์ที่มีชื่อว่า STAAD.PRO นะครับ ผมหวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านในวันนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ […]
Category Archives: เกี่ยวกับก่อสร้าง
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันศุกร์ (แห่งชาติ) แบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้มาพูดคุยและเสวนากันถึงหัวข้อ “ฝากคำถาม-เราจะมาตอบให้” นะครับ ตามที่ผมได้รับปากกับเพื่อนๆ ไว้ว่าในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาขยายความเกี่ยวกับเรื่องค่าและวิธีการที่จะถูกนำเอามาใช้ในการจำแนกว่าโครงสร้างเสา คสล ของเรานั้นมีลักษณะเป็น โครงสร้างเสาที่มีความสั้น หรือ โครงสร้างเสาที่มีความชะลูด ของทั้งวิธีหน่วยแรงใช้งานให้กับเพื่อนๆ ได้รับทราบกันต่อจากในโพสต์ที่แล้วนะครับ ซึ่งก็จะเป็นไปตามที่ผมได้ทำการอธิบายถึงในการโพสต์ครั้งก่อนหน้านี้ว่า เวลาที่เราทำการพิจารณาทำการออกแบบหน้าตัดของโครงสร้างเสา คสล เราจะต้องทำการพิจารณาถึงลักษณะเฉพาะต่างๆ ของตัวเสาเองด้วย อาทิ รูปแบบของแรงที่เป็นตัวควบคุมการออกแบบ เช่น เมื่อแรงอัดเป็นตัวควบคุมการออกแบบ หรือ COMPRESSION CONTROL หรือ เมื่อแรงดึงเป็นตัวควบคุมการออกแบบ หรือ TENSION CONTROL เป็นต้น ทั้งนี้รูปแบบของการเซของตัวโครงสร้างเสา คสล ก็เช่นเดียวกัน เช่น เป็นโครงสร้างเสาที่อยู่ในระบบโครงสร้างที่ไม่มีการเซ หรือ NON‒SWAY FRAME หรือ เป็นโครงสร้างเสาที่อยู่ในระบบโครงสร้างที่มีการเซ หรือ SWAY FRAME เป็นต้น แม้กระทั่งรูปแบบของการโก่งตัวของโครงสร้างเสา คสล เช่น มีการโก่งตัวแบบทางเดียวหรือ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ผมมีหน้าตัดของโครงสร้างเสา คสล ขนาดความกวามกว้างเท่ากับ 500 MM และความลึกเท่ากับ 1000 MM โดยที่คอนกรีตนั้นจะมีค่าหน่วยแรงแรงอัดของคอนกรีตที่ยังไม่ถูกโอบรัดทางด้านข้างหรือ fc’ มีค่าเท่ากับ 210 KSC และเหล็กปลอกนั้นจะเป็นเหล็กเส้นกลมที่มีค่าหน่วยแรงดึงที่จุดครากมีค่าเท่ากับ 2400 KSC ทั้งนี้ผมกำหนดให้ใช้ค่าตัวคูณกำลังส่วนเกินของวัสดุหรือ OVER STRENGTH FACTOR มีค่าเท่ากับ 1.25 และรายละเอียดของการเสริมเหล็กยืนและเหล็กปลอก รวมถึงมิติต่างๆ ของโครงสร้างเสา คสล และการเสริมเหล็กนั้นจะเป็นไปตามรูปที่ผมได้แนบเอาไว้ในโพสต์ๆ นี้ หากผมทำการเสริมให้เหล็กปลอกทุกๆ เส้นภายในหน้าตัดของหน้าตัดของโครงสร้างเสา คสล นี้มีค่าของระยะห่างของเหล็กปลอกหรือ S ที่เท่าๆ กัน ซึ่งก็จะมีค่าเท่ากับ 150 MM ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำการคำนวณหาว่าค่าหน่วยแรงแรงอัดของคอนกรีตที่ถูกโอบรัดทางด้านข้างหรือ fcc’ ของหน้าตัดของโครงสร้างเสา คสล […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันจันทร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ ตามที่ผมได้รับปากกับเพื่อนๆ ไว้ว่าในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการสาธิตขั้นตอนในการคำนวณหาว่า หากเรามีหน้าตัดโครงสร้างเสา คสล ที่ถูกโอบรัดด้วยเหล็กปลอกแล้ว เราจะมีวิธีในการคำนวณหาค่าหน่วยแรงอัดของคอนกรีตที่ถูกโอบรัดทางด้านข้างได้อย่างไรบ้าง ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาผมจะทำการอธิบายขั้นตอนในการคำนวณผ่านตัวอย่างที่ผมได้ทำการกำหนดขึ้นมาก็แล้วกันนะครับ ผมมีหน้าตัดของโครงสร้างเสา คสล ขนาดความกวามกว้างระบุหรือ NOMINAL WIDTH เท่ากับ 500 MM และความลึกระบุหรือ NOMINAL DEPTH เท่ากับ 700 MM แต่จะมีค่าความลึกที่ถูกทำการก่อสร้างจริงหรือ ACTUAL DEPTH เท่ากับ 690 MM โดยที่คอนกรีตนั้นจะมีค่าหน่วยแรงแรงอัดของคอนกรีตที่ยังไม่ถูกโอบรัดทางด้านข้างหรือ fc’ มีค่าเท่ากับ 210 KSC และเหล็กปลอกนั้นจะเป็นเหล็กข้ออ้อยที่มีค่าหน่วยแรงดึงที่จุดครากมีค่าเท่ากับ 4000 KSC ทั้งนี้ผมกำหนดให้ใช้ค่าตัวคูณกำลังส่วนเกินของวัสดุหรือ OVER STRENGTH FACTOR มีค่าเท่ากับ 1.25 และรายละเอียดของการเสริมเหล็กยืนและเหล็กปลอก รวมถึงมิติต่างๆ ของโครงสร้างเสา คสล และการเสริมเหล็กนั้นจะเป็นไปตามรูปที่ 1 […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันจันทร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันกับค่าๆ หนึ่งที่มีความสำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบโครงสร้างเสา คสล เพื่อใช้ในการต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหวนั่นก็คือ การออกแบบลักษณะของการโอบรัดทางด้านข้าง หรือ CONFINEMENT DESIGN ภายในหน้าตัดของโครงสร้างเสา คสล เพื่อที่จะทำการคำนวณหาว่า ค่าหน่วยแรงอัดของคอนกรีตที่ถูกโอบรัดทางด้านข้าง หรือ CONFINED COMPRESSIVE STRESS นั้นเพียงพอหรือไม่นั่นเองนะครับ ผมต้องขออนุญาตออกตัวไว้ก่อนว่าเท่าที่ผมสัมผัสมาด้วยตนเองนั้นผมมักไม่ค่อยเห็นวิศวกรท่านใดที่ทำการพูดถึงเรื่องนี้มากนัก โดยมากแล้วพอเราพูดถึงเรื่องของลักษณะของการโอบรัดทางด้านข้างเราก็มักจะนึกถึงเพียงแค่ระยะห่างมากที่สุดของเหล็กปลอกในตำแหน่งต่างๆ ของโครงสร้างเสา คสล ที่มาตรฐานการออกแบบได้กำหนดให้มีการใช้งานในโครงสร้าง ซึ่งหากเป็นวิศวกรที่มีความรู้ความชำนาญทางด้านทำการออกแบบโครงสร้างที่ต้องรับแรงกระทำจากการสั่นสะเทือนอันเนื่องจากคลื่นแผ่นดินไหวน่าที่จะรู้จักกับค่าๆ นี้เป็นอย่างดี ซึ่งเท่าที่ผมสอบถามเพื่อนๆ วิศวกรทั่วๆ ไปก็ไม่มีใครที่รู้จักหรือมีความคุ้นเคยกับค่าๆ นี้เท่าใดนัก ไม่เป็นไร วันนี้ผมจะขออนุญาตมาให้ความรู้กับเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่องๆ นี้ก็แล้วกัน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและเหมาะสมในเรื่องของข้อจำกัดเกี่ยวความยาวของการโพสต์ที่ตัวผมเองไม่อยากที่จะให้เนื้อหาของการโพสต์นั้นยืดยาวจนเกินไปนัก ดังนั้นคำอธิบายของผมในวันนี้จึงเป็นการสรุปและพูดถึงเฉพาะใจความสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องๆ นี้เท่านั้นนะครับ สาเหตุและความสำคัญที่วิศวกรมีความจำเป็นที่จะต้องทำการพิจารณานำเอามาค่าหน่วยแรงอัดของคอนกรีตที่ถูกโอบรัดทางด้านข้างนี้มาใช้ในการออกแบบหน้าตัดโครงสร้างเสา คสล ของเราเป็นเพราะหากย้อนกลับไปดูในมาตรฐานการออกแบบเสา คสล ตามมาตรฐานของฝั่งอเมริกาหรือฝั่งบ้านเราก็ดี เช่น มาตรฐาน ACI และมาตรฐาน EIT ตามลำดับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันศุกร์ (แห่งชาติ) แบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้มาพูดคุยและเสวนากันถึงหัวข้อ “ฝากคำถาม-เราจะมาตอบให้” นะครับ อย่างที่ผมได้รับปากกับเพื่อนๆ ไว้เมื่อในสัปดาห์ก่อนหน้านี้แล้วว่าวันนี้ผมจะมาทำการยกตัวอย่างการออกแบบโครงสร้างแป้นหูช้าง คสล หรือ RC CORBEL ให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนได้ทำความเข้าใจถึงวิธีในการคำนวณออกแบบเหล็กเสริมเพื่อใช้ในการต้านทานแรงเฉือนเสียดทานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผมก็จะขออ้างอิงไปที่มาตรฐานการออกแบบ EIT-10104-58 และ ACI318 เป็นหลัก ดังนั้นก่อนอื่นเราจะมาดูปัญหาที่ผมจะนำเอามาใช้เป็นตัวอย่างในวันนี้ก่อนนะครับ ผมมีโครงสร้างแป้นหูช้าง คสล ที่จะถูกก่อสร้างโดยการหล่อขึ้นจากคอนกรีตชนิดธรรมดาทั่วๆ ไปซึ่งจะมีความเป็นเนื้อเดียวกันซึ่งจะมีขนาดของความกว้างหรือค่า b เท่ากับ 400 MM หรือ 40 CM และมีมิติต่างๆ ดังรูปที่แสดงอยู่ในรูปซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในการรับแรงกระทำในแนวดิ่งแบบเพิ่มค่าแล้วหรือ VERTICAL FACTORED LOAD หรือค่า Nu มีค่าเท่ากับ 50 TONS และแรงกระทำในแนวนอนแบบเพิ่มค่าแล้วหรือ HORIZONTAL FACTORED LOAD หรือค่า Hu มีค่าเท่ากับ 15 TONS […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันจันทร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ ผมมีคำถามเข้ามาจากแฟนเพจที่เป็นน้องวิศวกรซึ่งเป็นผู้หญิงท่านหนึ่งเกี่ยวกับสมการที่ใช้ในการตรวจสอบหาว่า ระยะความลึกประสิทธิผลน้อยที่สุด หรือค่า EFFECTIVE DEPTH ซึ่งเรามักจะแทนค่าด้วยตัวย่อว่า dmin ที่หน้าตัดของโครงสร้างคานรับแรงดัดของเรานั้นมีความต้องการนั้นมีที่มาที่ไปของสมการคำนวณจากอะไร ซึ่งผมก็ได้ตอบไปในทันทีเลยว่า ก็มาจากสมการที่ใช้ในการคำนวณหาค่าอัตราส่วนของเหล็กเสริมรับแรงดึงหรือสมการที่ใช้ในการคำนวณหาค่าปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึงนั่นแหละ ผมเลยคิดว่าจะเอาคำตอบที่ผมได้ตอบน้องท่านนี้เอามาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนๆ ด้วยก็น่าที่จะเป็นการดีนะครับ ก่อนอื่นเรามาดูหน้าตาของเจ้าสมการที่เราใช้ในการคำนวณหาค่า dmin กันก่อน ซึ่งก็จะมีหน้าตาของสมการดังต่อไปนี้นะครับdmin = √[2×m×Mu/(Ø×b×fy)] ซึ่งหากเพื่อนๆ ได้เห็นหน้าตาของเจ้าสมการๆ นี้แล้ว ไม่ทราบว่ามีใครพอที่จะมีความคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าสมการตัวนี้บ้างหรือไม่ครับ ?ผมเฉลยเลยก็แล้วกันนะ สมการนี้ก็มาจากสมการที่ใช้ในการคำนวณหาค่าอัตราส่วนของเหล็กเสริมรับแรงดึงหรือสมการที่ใช้ในการคำนวณหาค่าปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึงตามที่ผมได้แจ้งไปข้างต้น ซึ่งหน้าตาของสมการที่ใช้ในการคำนวณหาค่าปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึงนั้นเป็นดังต่อไปนี้As,req’d = b×d/m×{ 1 − √[1 − 2×m×Mu/(Ø×b×d^(2)×fy)] } ซึ่งหากเพื่อนๆ ลองสังเกตดูพจน์ในวงเล็บให้ดีๆ ก็จะพบว่า สมการนี้จะมีค่าเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ ผลจากการลบกันระหว่างค่า 1.00 กับพจน์ท้ายสุดนั้นต้องมีค่าเป็น “บวก” หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือต้องมีค่าเท่ากับ “0” พูดง่ายๆ ก็คือ ผลจากการคูณและหารกันของพจน์ท้ายสุดนั้นจะต้องมีค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.00 […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ผมขอทำการสมมติว่า ผมกำลังดำเนินการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างให้แก่ โครงสร้างฐานรากแบบตื้น หรือ SHALLOW FOUNDATION อยู่ซึ่งผลจากการวิเคราะห์โครงสร้างก็พบว่า ค่าแรงกระทำในแนวดิ่งใช้งาน หรือ P นั้นมีค่าเท่ากับ 20 TONS และ ค่าแรงกระทำโมเมนต์ดัดใช้งาน หรือ M นั้นมีค่าเท่ากับ 6 TONS-M หากผมมีความต้องการที่จะทำการออกแบบให้บริเวณขอบนอกสุดใต้ฐานรากแบบตื้นของผมนั้นไม่เกิด หน่วยแรงเค้นดึง หรือ TENSILE STRESS ขึ้นเลย ผมจะต้องเลือกทำการกำหนดให้ฐานรากตื้นของผมนั้นมี ขนาดของความกว้าง หรือ ระยะ B ไม่น้อยไปกว่าเท่าใดครับ? ทั้งนี้เพื่อนๆ ยังสามารถที่จะให้เหตุผลต่างๆ หรือ อาจจะทำการสเก็ตช์ภาพประกอบคำตอบเพื่อใช้อธิบายเพิ่มเติมได้ แล้วยังไงวันพรุ่งนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการเฉลยคำถามข้อนี้ให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบพร้อมๆ กันนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ เมื่อประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสสนทนากับเพื่อนๆ ในเฟซบุ้คส่วนตัวของผมเกี่ยวกับเรื่องขั้นตอนต่างๆ ในการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างเสา ซึ่งเนื้อหาในวันนั้นผมได้พูดถึงหลายๆ หัวข้อที่มีความน่าสนใจ เช่น ค่า MAGNIFICATION FACTOR ที่จะถูกนำมาใช้ในการออกแบบโครงสร้างเสาที่มีความชะลูดมากๆ เป็นต้น และในวันนั้นผมก็ได้รับปากเอาไว้ด้วยว่า ผมจะมาทำการอธิบายถึงหลักการสำคัญหลักการหนึ่งนั่นก็คือ เหตุใดเราจึงจะต้องให้ความสนใจและจะต้องนำเอาผลที่เกิดจาก P-Δ มาคำนึงถึงในการออกแบบโครงสร้างเสาของเราด้วย ดังนั้นวันนี้ผมได้ทำรูปประกอบเพื่อเป็นการอธิบายถึงพฤติกรรมๆ นี้ให้กับเพื่อนๆ ทุกๆ คนได้รับทราบไปพร้อมๆ กันนะครับ เรามาเริ่มต้นจากรูปที่ 1 ก่อน ซึ่งเป็นรูปแบบของโครงสร้างเสาๆ หนึ่งซึ่งจะมีการรับแรงกระทำทางด้านข้างร่วมกันกับแรงกระทำตามแนวแกนด้วย ซึ่งเราจะให้นิยามของชิ้นส่วนโครงสร้างแบบนี้ว่าเป็น ชิ้นส่วนโครงสร้างคาน-เสา หรือ BEAM-COLUMN ELEMENT ซึ่งหากเราพิจารณาให้ดีๆ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องทำการพิจารณาให้โครงสร้างๆ นี้ตั้งอยู่เหมือนกันกับรูปโครงสร้างเสาจริงๆ ทางด้านซ้ายมือแต่เราอาจจะพลิกให้โครงสร้างๆ นี้นอนตัวลงไปเหมือนกันกับรูปโครงสร้างคานทางด้านขวามือก็ได้ ซึ่งน่าจะพิจารณาและมองเห็นภาพได้ง่ายกว่ามากนะครับ รูปต่อมาก็คือรูปที่ 2 ซึ่งเราจะนำเอาหลักการของ SUPERPOSITION มาประยุกต์ใช้งานกับเจ้าชิ้นส่วนโครงสร้างคาน-เสานี้ ดังนั้นรูปๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับโดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ในรูปๆ นี้เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าเป็นรูปแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของชิ้นส่วนโครงสร้างที่ต้องทำหน้าที่ในการรับแรงอัดโครงสร้างหนึ่ง ซึ่งที่ปลายด้านล่างและด้านบนนั้นจะมีลักษณะของจุดต่อเป็นแบบยึดหมุนหรือ PINNED SUPPORT ทั้งคู่เลย โดยที่โครงสร้างเสาต้นนี้จะมีความยาวทั้งสิ้นเท่ากับ 6.00 M มีค่าโมดูลัสความยืดหยุ่น หรือ ELASTIC MODULUS เท่ากับ 2×10^(6) KSC และมี ค่าโมเมนต์ความเฉื่อย หรือ MOMENT OF INERTIA เท่ากับ 5,000 CM^(4) คำถามในวันนี้ก็สุดแสนที่จะง่ายดายมากๆ เลยนั่นก็คือ หากผมกำลังทำการออกแบบโครงสร้างที่ต้องทำหน้าที่ในการรับแรงอัดนี้อยู่และพบว่า ผมต้องการควบคุมให้ค่าแรงอัดวิกฤติของออยเลอร์ของเสาต้นนี้ออกมีค่าไม่น้อยไปกว่า 2,400 T ผมจะต้องเลือกทำการค้ำยันทางด้านข้างให้แก่โครงสร้างเสาต้นนี้ทุกๆ ระยะเท่าใด และ จะต้องใช้จำนวนของการค้ำยันทั้งหมดกี่จุดครับ? ยังไงเพื่อนๆ ก็อย่าลืมนะครับ กติกาของการร่วมสนุกในเกมๆ นี้คือก่อนที่จะตอบ เพื่อนๆ จะต้องแจ้งอีเมลล์ของเพื่อนๆ ก่อนเสมอนะครับ […]










