Category Archives: เกี่ยวกับก่อสร้าง

การระมัดระวังไม่ให้ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กที่เป็นโครงถักนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ออกไปผิดไปจากสมมติฐาน

spun micro pile micro spun

การที่เราควรที่จะระมัดระวังมิให้ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กที่เป็นโครงถักนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ออกไปผิดไปจากสมมติฐาน ที่มาของปัญหานี้ คือ เวลาที่ผู้ออกแบบทำการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (MATHEMATICAL STRUCTURAL MODEL) ขึ้นมาเพื่อทำการวิเคราะห์และออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างโครงถักเหล็ก เรามักที่จะทำการจำลองให้ตำแหน่งของศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของชิ้นส่วนโครงสร้างนั้นตรงกัน (เหมือนในรูปด้านบนนะครับ) แต่ ในสภาพความเป็นจริงเวลาที่ช่างทำการก่อสร้างโครงสร้างเหล็กมักที่จะทำงานโดยอาศัยความง่ายในการทำงานเอาไว้ก่อน ทำให้แนวศูนย์กลางของชิ้นส่วนนั้นไม่ตรงตามสมมติฐานข้อนี้ อันจะทำให้เกิดระยะเยื้องศูนย์ (ECCENTRICITY หรือ e) ขึ้นซึ่งระยะเยื้องศูนย์นี้จะทำให้เกิดแรงดัดที่ไม่ได้ตั้งใจ (UNINTENTIONAL MOMENT) ขึ้นในชิ้นส่วนโครงสร้างนะครับ (เหมือนในรูปด้านล่างนะครับ) เพราะ การก่อสร้างตามแบบในลักษณะที่ให้ตำแหน่งของศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของชิ้นส่วนนั้นตรงกันจะทำงานได้ยากกว่านั่นเองนะครับ หรือ บางครั้งในแบบอาจจะไม่ได้ทำการระบุเอาไว้ให้ชัดเจน ว่าการก่อสร้างจุดต่อในโครงสร้างเหล็กนั้นควรที่จะทำการก่อสร้างในแบบใดกันแน่ ช่างจึงทำตามความถนัดหรือความง่ายไว้ก่อนนั่นเองนะครับ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ต้องทำใจยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของการให้รายละเอียดในการออกแบบของทางผู้ออกแบบเองนะครับ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาๆ นี้เราก็ควรที่จะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ก่อนก็จะเกิดปัญหาขึ้นจะเป็นการดีกว่านะครับ ดังนั้นเพื่อให้แรงที่จะเกิดขึ้นในองค์อาคารโครงสร้างเหล็กนั้นมีเฉพาะแรงที่เกิดขึ้นเป็นแรงตามแนวแกน (AXIAL LOAD) เพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ทำให้เกิดแรงดัดขึ้นในชิ้นส่วนโครงสร้างเลย เราจึงจะต้องทำการจัดวางให้แนวเส้นศูนย์กลางขององค์อาคารนั้นมาบรรจบที่จุดเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปเราจะทำการตั้งสมมุติฐานว่าจุดต่อเหล่านี้เป็นจุดต่อแบบที่สามารถจะหมุนได้ (PINNED) ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามสมมุติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบโครงถักเหล็กของเรานั่นเองนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆน้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านในวันนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ ref : https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1509245032454950 BSP-Bhumisiam ผู้ผลิตรายแรก Spun MicroPile 1) ได้รับมาตรฐาน […]

การวิเคราะห์และการประเมินโครงสร้างคาน (BEAM)

คาน (beam)

สวัสดีตอนบ่ายกันอีกเช่นเคยครับ วันนี้ Mr.เสาเข็ม ก็มาพร้อมกับ สาระความรู้ดีดีเกี่ยวกับการก่อสร้างและวิศวกรรม วันนี้จะเป็นเรื่อง การวิเคราะห์และการประเมินโครงสร้างคาน (BEAM) โดยสมมติฐานของการวิเคราะห์คานนั้นเกือบที่จะเหมือนกับโครงสร้างโครงถักนะครับ คือ ถึงแม้ว่าคานจะเป็นโครงสร้างที่ต้องรับแรงดัดเป็นหลัก แต่ ตัวคานจะมีเสถียรภาพอยู่ได้นั้นจะต้องสามารถต้านทานต่อโมเมนต์ดัดที่เกิดขึ้นภายใน (INTERNAL MOMENT) ตัวระบบโครงสร้างของคานเองได้ด้วยนะครับ หากว่าเรามีสมการตัวที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) น้อยกว่า ตัวแปรที่เราทราบค่า (KNOWN VALUES) แสดงว่าโครงสร้างจะไร้ซึ่งเสถียรภาพ (INSTABILITY) นะครับ หากว่าเรามีสมการตัวที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) เท่ากันกับ ตัวแปรที่เราทราบค่า (KNOWN VALUES) แสดงว่าโครงสร้างจะมีเสถียรภาพเพียงพอ (STABLE) และ สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีอย่างง่าย (DETERMINATE) นะครับ หากว่าเรามีสมการตัวที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) มากกว่า ตัวแปรที่เราทราบค่า (KNOWN VALUES) แสดงว่าโครงสร้างจะมีเสถียรภาพเพียงพอ (STABLE) แต่ ต้องทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีอย่างยาก (INDETERMINATE) นะครับ สำหรับคานนั้นตัวแปรที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) […]

การพิจารณาเพื่อทำการคำนวณเพื่อแก้ไขงานโครงสร้างของฐานรากเมื่อเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์

spun micro pile micro spun

สวัสดีครับ ช่วงบ่ายๆ แบบนี้ ก็มาอยู่กับ Mr.เสาเข็ม อีกเช่นเคย พร้อมความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างและวิศวกรรมนะครับ วันนี้จะเป็นเรื่อง การพิจารณาเพื่อทำการคำนวณเพื่อแก้ไขงานโครงสร้างของฐานรากเมื่อเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ ในสถานการณ์ปกติหากว่ามีการทำการก่อสร้างโครงสร้างฐานรากและจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบโครงสร้างเป็นเสาเข็ม ไม่ว่าจะเป็น เสาเข็มตอก หรือ เสาเข็มเจาะ และ หากเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปจากตำแหน่งเดิมที่ทางผู้ออกแบบได้ทำการกำหนดไว้ เราจำเป็นที่จะต้องมีการคำนวณเพื่อทำการตรวจสอบรายการคำนวณซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ นะครับ (1) ตัวโครงสร้างของเสาเข็ม ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้แรงปฏิกิริยาในเสาเข็มนั้นเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการการคำนวณและตรวจสอบแรงปฏิกิริยาในตัวโครงสร้างของเสาเข็มที่สภาวะการใช้งานว่าค่าๆ นี้ไม่เกิน นน ปลอดภัยที่เสาเข็มนั้นจะสามารถรับได้นะครับ (2) ตัวโครงสร้างเสาตอม่อ ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้เกิดโมเมนต์เพิ่มมากขึ้นในตอม่อด้วยนะครับ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบเหล็กเสริมในเสาตอม่อด้วยนะครับ (3) ตัวโครงสร้างฐานราก ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้เกิดผลในข้อที่ (1) ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลต่อตัวโครงสร้างฐานรากอย่างแน่นอนนะครับ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบเหล็กเสริมในฐานรากด้วยนะครับ ซึ่งตามหลักการโดยทั่วๆ ไปแล้วในรายการคำนวณนั้นจะต้องแสดงให้เห็นว่าเราจะทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่เสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปได้อย่างไรนะครับ ในบรรดา 3 รายการข้างต้นนี้ในรายการที่ (1) และ (2) จะถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด ส่วนรายการที่ (3) หากว่าเสาเข็มนั้นเยื้องศูนย์ไม่มากจนเกินไป เหล็กที่เสริมอยู่เดิมในตัวโครงสร้างของฐานรากก็น่าที่จะรับได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับ แต่ เพื่อความสมบูรณ์ในการคำนวณเราก็ควรที่จะมีรายการคำนวณในรายการที่ […]

การทำการทดสอบตามมาตรฐานอเมริกัน หรือ ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS)

spun micro pile micro spun

สวัสดีครับ Mr.เสาเข็ม ก็ได้นำความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง มาแชร์กันอีกแล้วนะครับ ในช่วงบ่ายแบบนี้ วันนี้ จะมาแชร์เรื่อง การทำการทดสอบตามมาตรฐานอเมริกัน หรือ ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS) เนื่องจากว่าในการทดสอบวัสดุต่างๆ เพื่อใช้ในงานก่อสร้างนั้นจำเป็นที่จะต้องทำตามมาตรฐานที่มีความเชื่อถือได้ หนึ่งในมาตรฐานที่ว่านั้นก็คือมาตรฐาน ASTM นั่นเองครับ โดยมาตรฐาน ASTM นั้นมีมากมายหลายอย่างมาก ผมจึงได้นำลิงค์มาฝากเพื่อนๆ ตามนี้นะครับ link : https://www.astm.org โดยหากเพื่อนๆ ท่านใดมีความสนใจในมาตรฐานการทดสอบตัวใดเป็นพิเศษ ก็สามารถที่จะเข้าไป SEARCH หาได้จากในเว็บไซต์ดังกล่าวได้เลยนะครับ โดยรูปที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้เป็นรายการของมาตรฐาน ASTM นะครับ ตัวอย่าง ของมาตรฐาน ASTM เรามักพบและต้องนำมาใช้งานอยู่บ่อยๆ ก็ได้แก่ ASTM C 29 มาตรฐานการทดสอบหาหน่วยน้ำหนักและช่องว่างระหว่างมวลรวม ASTM C 403 มาตรฐานการทดสอบหาค่ากำลังของคอนกรีต ASTM C 40 มาตรฐานการทดสอบสารอินทรีย์ที่เจือปนในทราย ASTM C 70 […]

เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คืออะไร???

หลายๆคน อาจจะรู้ถึงข้อดีของ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ แต่บางคนก็ยังสงสัยว่า เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คืออะไร??? วันนี้ Mr.เสาเข็มจะมาอธิบายถึงเสาเข็มสปันไมโครไพล์กันนะครับ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คืออะไร??? เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (spun micro pile ) เป็นเสาเข็มแบบกลม และเสาเข็มแบบสี่เหลี่ยม ซึ่งตรงกลางกลวง มีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ ผลิตโดยใช้กรรมวิธีการเหวี่ยงคอนกรีตในแบบหล่อ ซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูงทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูง และเกิดรูกลมกลวงตรงกลางจากแรงเหวี่ยง จึงมีความหนาแน่น และแข็งแกร่งกว่าคอนกรีต ที่หล่อโดยวิธีธรรมดา เสาเข็มทั้ง 2 ชนิดนี้ สามารถรองรับน้ำหนัก ปลอดภัยได้ถึง 20 – 40 ตันต่อต้น มีความหนาของเนื้อคอนกรีตอยู่ในช่วง 8 – 10 เซนติเมตร และมีความยาวอยู่ในช่วง 1.5 เมตร ซึ่งความยาวนี้สามารถเพิ่มได้โดยการนำเสามาเชื่อมต่อกัน โดยใช้วิธีการตอกเสาเข็มชนิดนี้ด้วยปั้นจั่นแบบพิเศษ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) มีดีอะไร ??? […]

เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยง (Spun Micro Pile) Dia 21 cm.

spun micropile dia 21 cm. micro spun

สวัสดีครับ วันนี้ก็มาพบกับ Mr.Spunman กันอีกเช่นเคย วันนี้ จะมาแนะนำเกี่ยวกับ เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยง (Spun Micro Pile) Dia 21 cm. กันนะครับ เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยง (Spun Micro Pile) Dia 21 cm. มีความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัยที่ 20 – 25 ตัน ต่อ ต้น ความยาวจะอยู่ที่ 1.5 เมตร โดยมีเหล็กปลอกรัดหัวท้าย เสาเข็มสปันไมโครไพล์สามารถเพิ่มต่อความยาว (ความลึก) ของเสาเข็ม Spun Micro Pile ได้  โดยการเชื่อมต่อเสาเข็ม Spun Micro Pile โดยวิธีการเชื่อมรอบเสาเข็ม สปันไมโครไพล์ เพื่อเพิ่มความลึกได้ตามต้องการ จนกระทั่งถึงชั้นดินดาล สามารถตรวจสอบ กำลังการรับน้ำหนักปลอดภัย ด้วยวิธีการ Last 10 Blow Count หรือ ทดสอบด้วยวิธี […]

คานคอดิน (GROUND BEAM) ควรอยู่สูงจากระดับพื้นดินเท่าไหร่

คานคอดิน (Ground Beam) คือส่วนประกอบโครงสร้างบนดินที่รับน้ำหนักพื้น ผนัง และสิ่งที่อยู่เหนือคานคอดินขึ้นไป แล้วจึงถ่ายน้ำหนักไปยังตอม่อและฐานรากต่อไป การก่อสร้างคานคอดิน แบ่งจากระดับความสูงจากพื้นดินได้ 2 แบบ คานคอดินวางอยู่บนระดับดิน เนื่องจากระดับพื้นชั้นล่างอยู่สูงจากระดับดินไม่มากนัก ในการก่อสร้างจึงมักทำเนินดินให้สูงเสมอท้องคานคอดิน และเทลีน (Lean) เพื่อใช้เป็นแบบหล่อท้องคานแทนการใช้ไม้แบบ และใช้ไม้แบบเฉพาะด้านข้างคานทั้งสองด้าน คานคอดินอยู่สูงจากระดับดินมากกว่า 1 เมตร ระดับท้องคานคอดินจะสูงจากระดับดินค่อนข้างมาก การก่อสร้างจะต้องใช้ไม้แบบในการหล่อท้องคานคอดิน นอกเหนือจากการใช้ไม้แบบที่ด้านข้างคาน ซึ่งส่งผลเรื่องเวลาในการก่อสร้างรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้พื้นบ้านควรจะยกสูงขึ้นเท่าไหร่ พิจารณาได้จากพื้นที่รอบข้าง เช่น ถนนหน้าบ้านเป็นแบบเก่าหรือใหม่ และถ้าหากมีการยกพื้นถนน ที่ดินในจุดที่สร้างบ้านอยู่สูงกว่าพื้นถนนไหม กับอีกเรื่องก็คือน้ำท่วมถนนในบริเวณนั้นหรือไม่ คานคอดินที่พื้นคานอยู่สูงกว่าระดับพื้นดินจะช่วยให้ระดับพื้นบ้านอยู่สูงขึ้นด้วย ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายตอนก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าพิจารณาในหลายๆ ด้านแล้วจะถือว่าคุ้มค่ากว่า เช่นการวางระบบท่อใต้พื้นชั้นล่าง การแก้ปัญหาเรื่องปลวกที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลัง รวมไปถึงปัญหาน้ำท่วมขัง การยกพื้นถนนหน้าบ้านที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ถ้าจะให้ดีที่สุด ระดับพื้นชั้นล่างควรอยู่สูงกว่าระดับถนนอย่างน้อย 1 เมตร

อิฐมวลเบา (LIGHTWEIGHT CONCRETE)

อิฐมวลเบา (Lightweight Concrete) คือคอนกรีตมวลเบาหรืออิฐมวลเบา เป็นวัสดุสำหรับก่อผนังสำหรับอาคารสูงหรือบ้านที่อยู่อาศัย เป็นวัสดุก่อที่นำเทคโนโลยีการผลิตมาจากต่างประเทศ มีทั้งแบบบล็อกตันและบล็อกกลวง (คล้ายคอนกรีตบล็อก) ขนาดใหญ่ แต่น้ำหนักเบามากกว่าเนื่องจากมีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอในเนื้อวัสดุ อิฐมวลเบามีขนาดมาตรฐาน กว้าง 20 x 20 เซนติเมตร และมีความหนาตั้งแต่ 7.5, 10, 12.5, 15, 20 เซนติเมตร มี 2 ชั้นคุณภาพคือ ชั้นคุณภาพ 2 ตามมาตรฐาน มอก. 1505 – 2541 ชนิด 0.5 จะมีความหนาแน่น (Dry Density) ไม่เกิน 500 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกำลังแรงอัด (Compressive Strength, fc) ไม่น้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ชั้นคุณภาพ 4 ตามมาตรฐาน มอก. 1505 – 2541 […]

สารยับยั้งการเกิดสนิมของเหล็กเสริม (CORROSION INHIBITOR)

การเกิดสนิมของเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งรอยแตกร้าว คราบน้ำสนิม การหลุดร่อนของคอนกรีต รวมไปถึงการพังทลายของโครงสร้าง ความเสียหายที่มักพบเนื่องจากสาเหตุการเกิดสนิมได้แก่ คราบน้ำสนิมบนผิวคอนกรีต รอยแตกร้าวเนื่องจากการขยายตัวของสนิมเหล็ก การระเบิดออกของผิวคอนกรีต ซึ่งหากไม่มีการซ่อมแซมโครงสร้างดังกล่าวอย่างถูกต้องเหมาะสม อาจนำไปสู่การพังทลายของโครงสร้างได้ การซ่อมแซมการเกิดสนิมอีกวิธีวิธีที่ได้รับการนิยมเป็นอย่างสูง ได้แก่ การใช้สารยับยั้งการเกิดสนิม ซึ่งมีความสะดวกในการดำเนินการ และอาจใช้ควบคู่ไปกับวิธีการป้องกันและซ่อมแซมอื่นๆ ได้ เพื่อให้ระบบการป้องกันและซ่อมแซมมีความประสิทธิภาพ และมีความคงทนมากยิ่งขึ้น สารยับยั้งการเกิดสนิม (Corrosion Inhibitor) เป็นสารผสมเพิ่มในคอนกรีต หรือสารทาผิวคอนกรีตประเภทหนึ่งที่สามารถลดอัตราการเกิดสนิม หรือแม้กระทั่งสามารถยับยั้งการเกิดสนิมของเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งสารผสมเพิ่มประเภทนี้มีคุณสมบัติพิเศษ ได้แก่ เพิ่มความต้านทานต่อการถูกท าลายเนื่องจากคลอไรด์ไอออน หรือคาร์บอเนชั่นของพาสซิพฟิล์ม ซึ่งเป็นชั้นฟิล์มที่ป้องกันการเกิดสนิมของเหล็กเสริม สร้างชั้นฟิล์มพิเศษป้องกันเหล็กเสริมจากการเกิดสนิม ยับยั้งการซึมผ่านของคลอไรด์อิออน หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มความสามารถในการยึดจับคลอไรด์ของคอนกรีต ลดปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ละลายอยู่ในสารละลายภายในช่องว่างของคอนกรีต ยับยั้งการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนผ่านช่องว่างภายในคอนกรีต สารยับยั้งการเกิดสนิม ณ ปัจจุบันให้เลือกมากมายหลายชนิดในตลาด ผู้ใช้งานควรมีความเข้าใจถึงชนิด และประเภทของผลิตภัณฑ์ และผลกระทบที่จะมีต่อระยะเวลาการเกิดสนิม อัตราการเกิดสนิมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว รวมทั้งผลที่อาจจะมีต่อคุณสมบัติอื่นๆ ของคอนกรีต หากผู้ใช้งานสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสมต่อลักษณะการใช้งาน และสภาพแวดล้อมของโครงสร้าง จะก่อให้เกิดความสะดวก และความคงทนในการป้องกันและซ่อมแซมโครงสร้างได้ ที่มา – บทความเรื่องสารยับยั้งการเกิดสนิมของเหล็กเสริม แต่งโดย ดร.ภัควัฒน์ แสนเจริญ

สนิมในเหล็กเสริมคอนกรีตคืออะไร มีข้อเสียยังไง แล้วจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

ปัญหาการเกิดสนิมในเหล็กเสริมคอนกรีต เป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร โดยเฉพาะอาคารที่ถูกสร้างมานานหลายปี ปัญหาที่เกิดจากการเกิดสนิมในเหล็กเสริมจะทำให้พื้นที่หน้าตัดของเหล็กลดลงและคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมเกิดรอยแตกร้าวหลุดร่อนออกไป ทำให้สูญเสียความสามารถในการรับแรง อาคารเก่าแก่ที่มีอายุการใช้งานมานาน เมื่อเกิดปัญหาการเกิดสนิมในเหล็กเสริมคอนกรีตที่รุนแรง จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอาคารและเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคาร กลไกการเกิดสนิมเหล็ก การเกิดสนิมเหล็กเป็นผลจากการทำปฏิกิริยาเคมีของเหล็ก เป็นปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า (electronchemical) ของเหล็กกับสารประกอบที่ปะปนในสิ่งแวดล้อมที่สัมผัสกับเหล็กนั้นๆ กระบวนการเกิดสนิมเหล็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดสนิมในเหล็กที่มีวัสดุอื่นมาปกคลุมผิว เช่น โครงเหล็กของอาคารที่ผิวทาสีกันสนิมหรือในเหล็กเสริมคอนกรีต จะมีกระบวนการเกิดสนิมที่ซับซ้อน ค่อยเป็นค่อยไป   การเกิดสนิมเหล็ก สนิมเหล็กจะเกิดจากกระบวนการทำปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าของเหล็กกับความชื้นและออกซิเจนในอากาศ เมื่อเหล็กสัมผัสกับความชื้นและออกซิเจนในอากาศ ผิวเหล็กก็จะเกิดสนิมและเกิดขั้วของเซลไฟฟ้าขึ้น 2 ขั้ว คือ ขั้วบวก กับขั้วลบ เมื่อผิวเหล็กสัมผัสกับความชื้นและออกซิเจนในอากาศซึมเข้าไปทำปฏิกิริยาเคมีกับน้ำซึ่งเป็นสารละลายที่เป็นกลาง ทำให้เกิดสนิมเหล็กและทำให้เนื้อเหล็กแตกหลุดร่อนออกมาเป็นหลุมบนผิว การเกิดสนิมในเหล็กเสริมคอนกรีต ในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยทั่วไป การเกิดสนิมของเหล็กเสริมจะมีปฏิกิริยาเคมี จะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ ถ้าเกิดขึ้นบนผิวเหล็กในบริเวณเดียวกันจะทำให้เกิดสนิมแบบสม่ำเสมอ เรียกว่า Microcell แต่ถ้าเกิดคนละจุดแยกจากกันโดยมีตัวนำไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างจุดทั้งสอง จะทำให้เกิดสนิมแบบเฉพาะจุด เรียกว่า Macrocell ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสนิมคือ ความชื้นและออกซิเจน ซึ่งต้องมีการซึมผ่านคอนกรีตเข้าไปจึงจะสามารถทำปฏิกิริยากับเหล็กได้ ดังนั้นคอนกรีตแต่ละประเภทที่ความหนาแน่นต่างกันก็จะมีรูพรุนของคอนกรีตต่างกันไปด้วย อย่างเช่นเสาเข็มแบบสปันไมโครไพล์ ที่มีกำลังสูงก็จะมีรูพรุนของเนื้อคอนกรีตน้อย ทำให้อัตราการเกิดสนิมในเหล็กเสริมข้างในน้อยตามไปด้วย เมื่อเหล็กเสริมคอนกรีตได้เริ่มเกิดสนิมขึ้นแล้ว ก็จะมีการพัฒนาเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ โครงสร้างของอาคารจะถูกทำลายในรูปของการสูญเสียกำลังจากขนาดของหน้าตัดของเหล็กเสริมลดลง การสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็กเสริมกับคอนกรีต […]