Author Archives: admin

เหล็กปลอก (STIRRUP)

เหล็กปลอก (Stirrup) คือ เหล็กที่ใช้เสริมอยู่ภายในเสาหรือคานในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เหล็กที่ใช้ส่วนมากคือคือเหล็กเส้นกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 6 มิลลิเมตร โดยจะดัดเหล็กเส้นเป็นรูปร่างเดียวกับพื้นที่หน้าตัดของเสาหรือคานที่จะใช้ ติดตั้งล้อมรอบเหล็กยืน ตลอดความยาวของโครงสร้างเป็นระยะห่างอย่างสม่ำเสมอ หากเสาคอนกรีตมีแต่แกนเหล็กแต่ไม่มีเหล็กรัดรอบ เมื่อเสารับน้ำหนักจนเกินกำลังที่รับได้ เสาจะเกิดการวิบัติในลักษณะแตกระเบิด ก่อนเกิดการโก่งตัว ดังนั้นเหล็กปลอกจึงช่วยต้านทานการแตกของคอนกรีตภายในได้ เสาจะไม่แตกระเบิด แต่ค่อยๆ โกงตัวจนกระทั่งเกิดการวิบัติในที่สุด เหล็กปลอกเสาที่รัดรอบเหล็กแกนเสา แบ่งออกได้ 2 ชนิด ได้แก่ เหล็กปลอกเดี่ยว เหล็กปลอกเกลียว ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม TPN-ภูมิสยาม (TPN-Bhumisiam) เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile): ผู้เชี่ยวชาญการตอกเสาเข็มในพื้นที่จำกัด! คุณกำลังมองหาโซลูชันสำหรับการต่อเติมหรือเสริมฐานรากในพื้นที่จำกัดอยู่ใช่ไหม? เราพร้อมนำเสนอ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คุณภาพสูง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโครงการก่อสร้างที่ซับซ้อนของคุณโดยเฉพาะ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการ: • ไร้กังวลเรื่องพื้นที่, ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ: • ดังที่แสดงในภาพ แม้ในบริเวณพื้นที่ในร่ม, พื้นที่เพดานต่ำ หรือพื้นที่แคบ ทีมงานมืออาชีพของเราก็สามารถใช้เครื่องจักรตอกเสาเข็มขนาดเล็ก […]

เหล็กเสริมคอนกรีต (REINFORCED STEEL BAR)

เหล็กเส้น (Rebar) ใช้สำหรับนำมาเสริมคอนกรีตในบริเวณที่รับแรงดึงหรือต้านทานการแตกร้าวในคอนกรีต แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ (Round Bar, RB) และ เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar, DB) เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ (Round Bar, RB) ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2543 กำหนดไว้เพียงชั้นคุณภาพเดียว โดยใช้สัญลักษณ์ SR 24 มีคุณสมบัติเชิงกลในการรับแรงดึงคือ ความต้านแรงดึง (สูงสุด) Fu ต้องไม่น้อยกว่า 385 MPa (3,900 ksc) ความต้านแรงดึงท่ีจุดคราก Fy ต้องไม่น้อยกว่า 235 MPa (2,400 ksc) ความยืด ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 21

เสาตอม่อ (GROUND COLUMN)

เสาตอม่อ (Ground Column) คือ เสาสั้นส่วนที่อยู่ล่างสุดระหว่างฐานรากกับคาน โดยทั่วไปเสาตอม่อจะจมอยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่รับแรงอัดหรือน้ำหนักในทางดิ่ง แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานรากและเสาเข็ม เสาตอม่อ จะเป็นเสาสั้นๆ ส่วนมากจะมีความสูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร แต่เป็นเสาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักของเสาที่อยู่ชั้นบน ขั้นตอนการก่อสร้างเสาตอม่อ เนื่องจากว่าเสาตอม่อนั้นจะวางอยู่บนฐานราก ดังนั้นจึงเริ่มจากงานฐานรากก่อน โดยในตอนก่อสร้างฐานรากนั้นจะต้องวางเหล็กเสริมเสาตอม่อไปพร้อมกับฐานราก และต้องตรวจสอบให้เสาตอม่ออยู่กึ่งกลางฐานราก ไม่ให้เกิดการเยื้องศูนย์ ทำแนวการตั้งไม้แบบโดยการขีดเส้นเพื่อสะดวกต่อการประกอบแบบหล่อ จากนั้นติดตั้งแบบหล่อเสาตอม่อพร้อมค้ำยัน จากนั้นหาระดับความสูงของเสาตอม่อโดยเทียบกับระดับ +0.00 ซึ่งระดับที่ได้นี้จะเป็นระดับการเทคอนกรีตด้วย เทคอนกรีตเสาตอม่อให้ได้ระดับตามที่ออกแบบไว้ และทำให้คอนกรีตแน่นขึ้นโดยใช้เครื่องสั่นคอนกรีตหรือใช้ไม้กระทุ้ง คอนกรีตที่ใช้เทต้องเป็นคอนกรีตสำหรับงานโครงสร้างโดยเฉพาะ ปล่อยให้คอนกรีตแข็งตัว ประมาณ 2 วัน ถึงจะถอดไม้แบบออกได้จากนั้นทำการบ่มคอนกรีตโดยจะใช้วิธีบ่มชื้นหรือใช้พลาสติกคลุมหรือใช้น้ำยาบ่มคอนกรีตก็ได้ เมื่อทำฐานรากและเสาตอม่อเรียบร้อยแล้ว ทำการถมดินฐานราก และจะทำการก่อสร้างคาน พื้น เสา ในลำดับต่อไป   แหล่งข้อมูล: CivilClub Team, รูปถ่ายจาก: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี   ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม TPN-ภูมิสยาม (TPN-Bhumisiam) เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun […]

เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก (REINFORCED CONCRETE COLUMNS)

เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Columns) จะเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคาร โดยตัวอาคารจะถ่ายน้ำหนักมาลงที่เสาในแนวดิ่ง และในบางครั้งอาจจะต้องรับโมเมนต์ดัดด้วย ซึ่งเสาจะมีรูปแบบและข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป ในการพิจารณาออกแบบเสาจะต้องพิจารณาถึงการรับแรงของเสาและลักษณะปลายยึดของหัวเสาด้วย ลักษณะของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก สามารถแบ่งโดยสังเขปเป็น 2 ประเภท ดังนี้ แบ่งตามลักษณะของแรงที่มากระทำ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ เสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่รับแรงตามแนวศูนย์กลางแกนเสา เสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่รับแรงเยื้องศูนย์ แบ่งตามขนาดความสูงของเสา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ เสาสั้น คือ เสาที่มีอัตราส่วนความสูงต่อด้านแคบของเสา (เสาสี่เหลี่ยม) หรืออัตราส่วนความสูงต่อเส้นผ่านศูนย์กลางเสา (เสากลม) น้อยกว่า 15 เสายาว คือ เสาที่มีอัตราส่วนความสูงต่อด้านแคบของเสา (เสาสี่เหลี่ยม) หรือ อัตราส่วนความสูงต่อเส้นผ่าศูนย์กลางเสา (เสากลม) มากกว่า 15 ซึ่งความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาจะลดลง เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้ เสาปลอกเดี่ยว เป็นเสาคอนกรีตที่เสริมเหล็ก โดยมีเหล็กยืน (ตั้งในแนวดิ่ง) รัดด้วยเหล็กปลอกเป็นวงๆ ซึ่งเหล็กปลอกที่รัดอาจจะมีวงเดียวหรือหลายวงก็ได้และการงอเหล็กปลอกจะงอเป็นฉาก […]

เครื่องสั่นคอนกรีต (CONCRETE VIBRATOR) เครื่องมือขาดไม่ได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี

ในงานคอนกรีตจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการอัดแน่นคอนกรีตก่อนที่จะแข็งตัว เพื่อให้คอนกรีตมีกำลังอัดที่ดี ทำให้เนื้อคอนกรีตอัดแน่นสม่ำเสมอ ไม่เป็นรูโพรง ไม่มีแตกตัวหรือแยกตัวออกจากกัน มีการยึดเกาะยึดเหนี่ยวที่ดีของเหล็กที่ผูกไว้เป็นแบบหล่อ หรือเป็นเหล็กเส้นที่เสริมระหว่างคอนกรีต วิธีการอัดแน่นคอนกรีต สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้ – การเหวี่ยงหนีศูนย์ (Centrifugation) – การกระทุ้ง (Tamping) – การตำ (Rodding) – การเขย่า (Vibration) การใช้เครื่องสั่นคอนกรีตโดยการจี้คอนกรีต ถือเป็นวิธีการเขย่า (Vibration) ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งของการอัดแน่นคอนกรีต เครื่องสั่นคอนกรีตทำให้เกิดการสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ ช่วยให้เนื้อปูนรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน คุณภาพของปูนจึงได้ตามมาตรฐาน จี้คอนกรีตนานเกินไป จะกลายเป็นผลเสีย แต่การจี้คอนกรีตใช้เวลานานเกินไปจะกลายเป็นข้อเสียเพราะทำให้ส่วนผสมคอนกรีตแยกตัวกันมากเกินไปจนทำให้หินตกลงด้านล่าง ส่วนทรายและซีเมนต์เพลสจะแยกตัวลอยขึ้นมาอยู่ผิวบน ระยะการจี้คอนกรีตก็มีผลเช่นกัน ระยะของการจี้ควรเว้นช่วง 5-10 เซนติเมตร และที่สำคัญไม่ควรดึงหัวจี้ขึ้นลงอย่างรวดเร็วเพราะจะทำให้เกิดรูโพรงในคอนกรีต ดังนั้นควรใช้เครื่องสั่นคอนกรีตให้เหมาะสมกับงานด้วย จี้คอนกรีตอย่าให้โดนโครงเหล็กหรือไม้แบบ การจี้ปูนด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้าแล้วไปโดนเหล็กเสริมหรือไม้แบบ จะทำให้คอนกรีตซึ่งมีส่วนผสมคือ หิน ทราย และปูน เกิดการแยกตัวออกจากกัน โดยหินซึ่งมีน้ำหนักมากที่สุกจะตกลงข้างล่าง ส่วนน้ำปูนจะลอยขึ้นข้างบน ภาษาช่างเรียกว่า “คอนกรีตหมูสามชั้น” ทำให้โครงสร้างคอนกรีตที่ออกแบบมา ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ตามต้องการ  

ลักษณะของปั้นจั่นสำหรับตอกเสาเข็มเพื่อการต่อเติม สปันไมโครไพล์

ลักษณะของปั้นจั่นสำหรับตอกเสาเข็มเพื่อการต่อเติม สปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) นั้นมีความยาวแนวราบ 3 เมตร  และมีความสูง 3 เมตร ส่วนของความกว้างของปั่นจั่นมีความกว้างเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเข้าทำงานในพื้นที่จำกัดได้โดยสะดวก ความยาวในแนวราบ 3 m ความสูง 3 m ความกว้าง 1 m ลูกตุ้มมีน้ำหนัก 1.4 Ton ปั่นจั่นที่ใช้สำหรับตอกเสาเข็มเพื่อการต่อเติมไมโครไพล์ของ  นั้นมีความยาวแนวราบ 3 เมตร  และมีความสูง 3 เมตร   ส่วนของความกว้างของปั่นจั่นมีความกว้างเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเข้าทำงานในพื้นที่จำกัดได้โดยสะดวก  

จะสร้างบ้านทั้งที ควรตอกเสาเข็มให้ลึกเท่าไหร่ บ้านถึงจะไม่ทรุด

ความสำคัญของเสาเข็ม เสาเข็มเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโครงสร้างบ้าน เป็นส่วนประกอบของฐานรากซึ่งจะฝังตัวอยู่ในดินเพื่อทำหน้าที่รองรับน้ำหนักบ้านทั้งหลัง หากว่าเราสร้างบ้านแล้วไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ น้ำหนักของตัวบ้านก็จะกดทับผิวดินด้านบนให้ค่อยทรุดตัวลงทีละนิดจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านได้ เสาเข็มช่วยแก้ปัญหาบ้านทรุดได้ยังไง เสาเข็มรับน้ำหนักได้อย่างไร? เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักที่กดทับได้ด้วยแรง 2 ชนิดหลักๆ คือ แรงเสียดทานที่ผิวของเสาเข็ม (Skin Friction) คือแรงต้านที่เกิดจากแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดินโดยรอบ ซึ่งแรงที่เกิดขึ้นนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของดินและลักษณะของเสาเข็มแต่ละประเภท แรงต้านที่ปลายเสาเข็ม (End Bearing) คือแรงต้านที่เกิดขึ้นบริเวณปลายเสาเข็ม ซึ่งแรงนี้เกิดจากดินที่มารองรับที่ปลายเสาเข็ม แรงนี้จะมีปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของดินเช่นกัน   ตอนเริ่มสร้างบ้าน ควรตอกเสาเข็มให้ลึกเท่าไหร่ ในการสร้างบ้านโดยทั่วไปนั้น เสาเข็มที่รับน้ำหนักตัวโครงสร้างหลักของบ้านควรจะตอกให้ลึกจนถึงชั้นดินแข็ง (ชั้นดินแข็งในกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ความลึกประมาณ 21 เมตร) ซึ่งจะช่วยให้เสาเข็มมีแรงต้านได้ทั้ง 2 แบบ และช่วยป้องกันการหรุดตัวของโครงสร้างบ้านในภายหลัง ตอนต่อเติมบ้าน ควรลงเสาเข็มให้ลึกเท่าไหร่ การต่อเติมบ้านส่วนใหญ่จะเป็นการต่อเติมบนโครงสร้างเดิม จึงควรให้วิศวกรมาทำการตรวจสอบรากฐานและโครงสร้างเดิมว่าสามารถรับน้ำหนักในการต่อเติมได้หรือไม่ ถ้าหากว่าส่วนที่ต่อเติมเข้าไปมีน้ำหนักมากจนโครงสร้างเดิมไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จะต้องมีการลงเสาเข็มเพื่อเสริมตัวโครงสร้างเดิมด้วย เพราะว่าหากไม่เสริมฐานรากเสาเข็ม อาจจะส่งผลให้โครงสร้างเดิมของบ้านเกิดการเสียหาย ซึ่งปัญหาที่จะตามเข้ามาก็คือบ้านร้าว บ้านทรุด และอาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่โตจนถึงขั้นต้องรื้อทุบใหม่ทั้งหมดได้ หากบ้านที่ต้องการต่อเติมเป็นกลุ่มบ้านจัดสรรค์ ซึ่งจุดที่ต่อเติมมักจะแคบจนเสาเข็มขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้ามาทำงานได้ หากตอกเสาเข็มไม่ได้ความลึกจนถึงชั้นดินแข็งก็จะเสี่ยงต่อการทรุดตัวในภายหลังอีก จากปัญหาตรงนี้จึงได้มีการออกแบบเสาเข็มแบบสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ขึ้นมา เพื่อให้สามารถลงเข็มได้ลึกจนถึงชั้นดินแข็งในบริเวณหน้างานที่แคบแบบนี้ได้ […]

คุณสมบัติของคอนกรีตที่ใช้ผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (SPUN MICRO PILE)

คุณสมบัติของคอนกรีตที่ใช้ผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) หินและทราย: ตรวจสอบ GRADATION ตามข้อกำหนดของมวลรวมผสม มอก.397-2524 ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์: ตามข้อกำหนดของ ASTM DESIGNATION c150 TYPE1 หรือ TYPE3 หรือตามข้อกำหนด มอก. 397-2524 ประเภท1 หรือประเภท3 ค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีต (ULTIMATE COMPRESSIVE STRENGTH OF CONCRETE) ของแท่งทรงกระบอกไม่ต่ำกว่า 500 กก. /ซม2 ตามข้อกำหนด มอก. 397-2524 ค่ากำลังอัดคอนกรีตที่ถ่ายแรงเข้าเนื้อคอนกรีต (COMPRESSIVE STRENGTH OF CONCRETE AT TRANSFER) ของแท่งทรงกระบอกไม่ต่ำกว่า 250 กก./ซม2. ตามข้อกำหนด มอก. 397-2524 โรงงานของเราผลิตเสาเข็มโดยใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเถท 3 ยี่ห้อ SCG 100%  

ขั้นตอนและวิธีการตอกเสาเข็มเพื่อการต่อเติม สปันไมโครไพล์ (SPUN MICRO PILE)

ขั้นตอนและวิธีการตอกเสาเข็มเพื่อการต่อเติม สปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) มีกระบวนการดังนี้ ย้ายตัวปั่นจั่นให้เข้าที่ เพื่อให้ตรงกับตำแหน่งที่จะทำการลงเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และหลังจากนั้นจะทำการทดสอบโดยการทิ้งลูกดิ่งเพื่อหาจุดศูนย์กลางว่าได้ระยะดิ่งตรงกลางระหว่าง cap pile กับหมุดศูนย์ที่กำหนดไว้หรือไม่ ทิ้งลูกดิ่งเพื่อหาจุดศูนย์กลางว่าได้ระยะดิ่งตรงกลางระหว่าง cap pile กับหมุดศูนย์ที่กำหนดไว้หรือไม่   นำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ท่อนแรกไปวางในตำแหน่งที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องโดยการจับระดับด้วยมาตรวัดระดับน้ำเพื่อให้ได้แนวดิ่ง ทั้งแกน x และ แกน y โดยจะทำการทดสอบกับตัวเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ทดสอบกับตัวปั้นจั่นเพื่อให้แน่ใจว่าได้แนวดิ่งที่ถูกต้องตามที่ต้องการแล้ว และหลังจากนั้นจึงลงมือตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ท่อนแรกลงไปในดินจนเกือบมิดแล้วจึงนำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ท่อนที่ 2 มาจรดกับเสาเข็มท่อนแรกในแนวตรง แล้วจึงทดสอบด้วยมาตรวัดระดับน้ำอีกครั้ง หลังจากที่นำเสาท่อนที่ 2 วางจนได้แนวดิ่งที่ตรงกันกับเสาท่อนแรกแล้ว ใช้ cap pile เป็นตัวบังคับไม่ให้เสาท่อนที่ 2 เคลื่อนออกจากตำแหน่ง แล้วจึงทำการลงมือเชื่อมต่อเหล็กที่ขอบของหัวเสาเข็มให้ติดกันโดยเสาเข็มที่นำมาเชื่อมต่อกัน จะต้องมีลักษณะและขนาดของพื้นที่หน้าตัดเท่ากัน ลักษณะการเชื่อมของเรา จะเชื่อมเต็มรอบหัวเสาเข็มสปันไมโครไพล์ จะเห็นได้ว่าบริเวณหน้างานที่ทำการตอกเสาเข็มแบบสปันไมโครไพล์จะไม่มีเศษดินที่ลอยขึ้นมาด้านบนจากกรรมวิธีการตอก เนื่องจากว่าเศษดินพวกนั้นจะเข้าไปอยู่ในรูกลมตรงกลางเสาเข็มแทน และสามารถตอกได้ชิดกับผนังอย่างในรูปข้างบนได้

การตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ให้ลึกถึงระดับมาตรฐาน (BLOW COUNT)

การจะดูว่าการตอกเสาเข็มในแต่ละจุดว่าเสร็จสิ้นเรียบร้อยตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่นั้น มิใช่ดูแต่เพียงว่าเสาเข็มตอกจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องดูจำนวนครั้งในการตอกด้วย (Blow Count) ว่าเสาเข็มแต่ละต้นใช้จำนวนครั้งในการตอกเท่าใดจนเสาเข็มจมมิดดิน ถ้าจำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป คือสามารถตอกลงไปได้ง่าย แสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการต่อเสาเข็มและตอกเพิ่มลงไปอีกจนกว่าจำนวนครั้งในการตอกจะเป็นไปตามที่กำหนด ในทางตรงกันข้ามถ้าจำนวนครั้งในการตอกมากเพียงพอแล้วแม้ว่าเสาเข็มที่ตอกนั้นจะยังจมไม่มิดก็อาจแสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องตอกต่อลงไปอีก เพราะการฝืนตอกต่อไปอาจทำให้เสาเข็มแตกหักหรือชำรุดได้ ส่วนจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็มแต่ละต้นควรจะเป็นเท่าใดนั้นวิศวกรจะเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของพื้นที่หน้าตัดเสาเข็ม และความยาวของเสาเข็มนั้น ๆ