โครงสร้างพื้นที่มีการใช้งานในโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน

กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ

ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องงาน โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ หรือ STRUCTURAL STEEL กันอยู่และหลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึงหลายๆ เรื่องที่มีความเกี่ยวพันกันกับโครงสร้างเหล็กรูปพรรณไปแล้ว เช่น โครงสร้างคานเหล็กรูปพรรณ หรือ STRUCTURAL STEEL BEAM โครงสร้างหลังคายื่น หรือ CANOPY ROOF STRUCTURE เป็นต้น และเพื่อให้ต่อเนื่องจากในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งผมได้พูดถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณนั่นก็คือ โครงสร้างพื้น หรือ FLOOR STRUCTURE ที่เรามักจะนำมาใช้ในงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ดังนั้นในวันนี้ผมจะมาอธิบายถึง โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลาย หรือ STRUCTURAL STEEL CHECKERED PLATE นั่นเองครับ

โดยที่พื้นชนิดนี้ก็จะมีรูปร่างและการใช้งานเป็นไปตามรูปที่ 1 2 และ 3 ที่ผมได้นำมาฝากเพื่อนๆ และหากเพื่อนๆ สังเกตที่ผิวของแผ่นพื้นโครงสร้างเหล็กแผ่นลายนี้ดีๆ ก็จะพบว่า จะมีพื้นผิวเป็นลวดลายที่นูนขึ้นมา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการลื่นและช่วยให้น้ำนั้นสามารถที่จะไหลไปได้โดยไม่เกิดการขังเพราะต้องไม่ลืมว่าโดยส่วนมากนั้นโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายที่มีการใช้งานอยู่ทั่วๆ ไปจะมีความแตกต่างออกไปจากโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกที่ผมเคยได้อธิบายไปในสัปดาห์ก่อนตรงที่โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายนั้นมักจะไม่ได้มีการทำให้มีช่องว่างขึ้นในตัวเหล็กแผ่น ดังนั้นหากเราปล่อยให้มีน้ำขัง ยิ่งนานวันเข้าก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้โครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกของเรานั้นเป็นสนิมได้ เรามาดูรูปที่ 4 และ 5 กันต่อซึ่งก็จะเห็นได้ว่าโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายจะมีทั้งลวดลายและรูปแบบที่มีขนาดความหนาต่างๆ กันให้เราเลือกใช้งานด้วยและหากเป็นโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายที่ผลิตได้ตรงตามมาตรฐานจริงๆ ก็จะต้องเป็น โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายที่ได้มาจากงานหล่อ หรือ งานรีดร้อน ซึ่งไม่ใช่งานที่ถูกสร้างขึ้นโดยการปั้มนูนหรือขึ้นรูปจากเหล็กแผ่นดำน่ะครับ

คล้ายๆ กันกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ผมได้ทาการอธิบายถึงโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกเพราะเมื่อใดที่เราพูดถึงโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลาย เราก็ต้องนึกถึงระบบของโครงสร้างที่จะมาทำหน้าที่ในการรองรับน้ำหนักของโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายนี้ด้วยและในทำนองเดียวกันคือ เราก็มักที่จะใช้เป็น โครงสร้างระบบตงเหล็ก หรือ STEEL JOIST STRUCTURAL SYSTEM ซึ่งขนาดของระยะห่างของตงเหล็กนั้นก็จะขึ้นอยู่กับขนาดความหนาของเจ้าโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายเป็นหลักเลยแต่ขั้นตอนในการออกแบบโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายนั้นจะมีความแตกต่างออกไปจากโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกอยู่นิสนึงตรงที่เราสามารถที่จะทำการออกแบบเจ้าโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกนี้ได้เลยโดยตรง โดยเราสามารถที่จะอาศัยหลักการในการออกแบบได้เหมือนๆ กันกันกับโครงสร้างเหล็กรูปพรรณหน้าตัดอื่นๆ ได้เลย พูดง่ายๆ ก็คือ เราไม่จำเป็นจะต้องทำการออกแบบโดยการเปิดตารางเหมือนกันกับโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกนั่นเองครับ

สิ่งที่ผมอยากจะขอฝากเอาไว้สำหรับการออกแบบและใช้งานโครงสร้างพื้นประเภทนี้ ซึ่งก็จะเหมือนกันกับโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกทีได้กล่าวถึงไปในสัปดาห์ที่แล้วก็คือ เนื่องจากตัวโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายเองนั้นก็จะมีขนาดความหนาที่ค่อนข้างที่จะน้อยมากๆ ซึ่งก็ต้องอาศัยตงเหล็กมาช่วยเป็นตัวซอยเพื่อให้สามารถที่จะช่วยในการรับน้ำหนักบรรทุกในแนวดิ่งได้ ดังนั้นหากเพื่อนๆ เป็นผู้ออกแบบผมอยากจะขอให้คำแนะนำเอาไว้เพียงสั้นๆ ว่า เพื่อนๆ ควรที่จะหลีกเลี่ยงการที่จะทำการออกแบบอาคารของเพื่อนๆ ให้มีคุณลักษณะของ DIAPHRAGM แต่หากมีความต้องการที่จะทำการจำลองให้มีคุณลักษณะของ DIAPHRAGM จริงๆ ก็อาจจะต้องพิจารณานำเอาค่า EQUIVALENT LATERAL STIFFNESS ที่มีอยู่ในโครงสร้างตงเหล็กมาใช้ก็พอได้แต่ก็จะต้องพิจารณาเรื่องจำเป็นอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น ต้องทำการพิจารณาและออกแบบให้โครงสร้างส่วนนี้ให้สามารถที่จะมีกำลังรับแรงกระทำตามแนวแกนหรือ AXIAL FORCE CAPACITY ที่มีความเพียงพอด้วยเสมอ เป็นต้นนะครับ

ในสัปดาห์หน้าผมจะนำเอาเรื่องพื้นประเภทใดมาอธิบายต่อเพื่อให้เพื่อนๆ ทุกคนได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องประเภทของพื้นที่มีการใช้งานในโครงสร้างเหล็กรูปพรรณก็สามารถที่จะติดตามรับชมและอ่านบทความของผมกันได้ในสัปดาห์หน้านะครับ

หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำตอบในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ
#โพสต์ของวันพุธ
#ความรู้เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง
#ความรู้เรื่องโครงสร้างพื้นที่มีการใช้งานในโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
#ครั้งที่2
ADMIN JAMES DEAN