882 เสาเข็มสปันไมโครไพล์ แต่ละขนาดรับน้ำหนักได้กี่ตัน? ต้องการตอกรับฐานเครื่องจักร 400 ตันได้ไหม?
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ของภูมิสยาม มีหลายขนาดตามความเหมาะสมของหน้างาน โดยความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load) จะขึ้นอยู่กับขนาดหน้าตัดและสภาพดินในพื้นที่นั้นๆ ดังนี้ครับ:
ความสามารถในการรับน้ำหนักของแต่ละขนาด
- เสาเข็มกลม Dia 21 cm.: รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 20 – 25 ตันต่อต้น
- เสาเข็มกลม Dia 25 cm.: รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 25 – 35 ตันต่อต้น
- เสาเข็มกลม Dia 30 cm.: รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 35 – 50 ตันต่อต้น
- เสาเข็มสี่เหลี่ยม 18×18 cm.: รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 15 – 25 ตันต่อต้น
การนำไปใช้รับฐานเครื่องจักรขนาด 400 ตัน
สามารถทำได้แน่นอนครับ โดยวิศวกรจะใช้วิธีการออกแบบเป็น เสาเข็มกลุ่ม (Pile Group) เพื่อกระจายน้ำหนักลงสู่เสาเข็มหลายต้นภายใต้ฐานรากเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากเลือกใช้เสาเข็มขนาด Dia 30 cm. ที่รับน้ำหนักได้สูงสุด 50 ตันต่อต้น อาจต้องใช้เสาเข็มประมาณ 8-10 ต้น (ขึ้นอยู่กับการคำนวณเผื่อค่าความปลอดภัยและสภาพดิน) เพื่อรองรับน้ำหนัก 400 ตันนั้น
เหตุผลที่ควรพิจารณาเสาเข็มสปันไมโครไพล์สำหรับฐานเครื่องจักร:
- รับน้ำหนักได้สูงและแน่นอน: ผลิตด้วยระบบแรงเหวี่ยง (Spun) ทำให้เนื้อคอนกรีตหนาแน่นและแข็งแกร่งกว่าเสาเข็มทั่วไปมาก
- แรงสั่นสะเทือนต่ำ: เหมาะมากสำหรับงานในโรงงานที่มีเครื่องจักรอื่นทำงานอยู่ หรือมีโครงสร้างเดิมอยู่แล้ว เพราะรูกลวงตรงกลางช่วยลดแรงดันดินและแรงสั่นสะเทือนขณะตอก
- ทำงานในที่แคบได้ดี: หากต้องทำฐานเครื่องจักรใหม่ภายในอาคารเดิม ปั้นจั่นขนาดเล็กที่สูงไม่เกิน 3 เมตรสามารถเข้าทำงานได้สะดวก
- ตอกลึกถึงชั้นดินแข็ง: สามารถต่อท่อนเชื่อมด้วยไฟฟ้าจนกว่าปลายเข็มจะหยั่งลงถึงชั้นดินดาน (End Bearing) ทำให้ฐานเครื่องจักรมีความมั่นคงสูง ไม่ทรุดตัว
หากท่านต้องการรายการคำนวณหรือการออกแบบฐานรากเครื่องจักรให้เหมาะสมกับหน้างานจริง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ ไลน์ @bhumisiam ซึ่งมีบริการออกแบบฐานรากให้ฟรีสำหรับงานบ้านและให้คำปรึกษาทางวิศวกรรมสำหรับงานอุตสาหกรรม
สรุปท้ายบทความ
เสาเข็มสปันไมโครไพล์มีความสามารถในการรับน้ำหนักตั้งแต่ 15 ไปจนถึง 50 ตันต่อต้น ตามขนาดหน้าตัด และสามารถนำมาออกแบบเป็นเสาเข็มกลุ่มเพื่อ รองรับน้ำหนักฐานเครื่องจักรขนาด 400 ตันได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ด้วยจุดเด่นในด้านความแข็งแกร่งของคอนกรีตมาตรฐาน มอก. 397-2562 และกรรมวิธีการติดตั้งที่เกิดแรงสั่นสะเทือนน้อย จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับงานฐานรากในโรงงานและพื้นที่จำกัด

