คำถามที่พบบ่อย สปันไมโครไพล์ตอกลึกแค่ไหนถึงชั้นดินแข็ง?

725 คำถามที่พบบ่อย สปันไมโครไพล์ตอกลึกแค่ไหนถึงชั้นดินแข็ง?

ความลึกของเสาเข็มสปันไมโครไพล์ที่ต้องตอกเพื่อให้ถึงชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดาน (Bearing Layer) นั้น ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว เนื่องจากสภาพธรณีวิทยาในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยทั่วไปความลึกจะแบ่งตามลักษณะภูมิภาคได้ดังนี้:

  1. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในเขตพื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชั้นดินเหนียวอ่อนมีความหนามาก ทำให้ต้องตอกเสาเข็มลึกกว่าพื้นที่อื่นเพื่อให้ถึงชั้นทรายหรือชั้นดินดานที่มั่นคง

  • กรุงเทพฯ และนนทบุรี: โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 15 – 24 เมตร
  • ปทุมธานี: พื้นที่ทั่วไปลึก 18 – 21 เมตร แต่ในโซนดินอ่อนพิเศษอย่างลำลูกกาหรือธัญบุรี อาจต้องตอกลึกถึง 23 – 26 เมตร
  • สมุทรปราการ และสมุทรสาคร: มีชั้นดินอ่อนหนามาก ความลึกมักจะอยู่ที่ 18 – 26 เมตร
  • นครปฐม: ความลึกเฉลี่ยสำหรับงานโครงสร้างทั่วไปอยู่ที่ 17 – 23 เมตร
  1. พื้นที่ภาคเหนือ

สภาพชั้นดินในภาคเหนือมีความแปรปรวนสูง โดยระดับชั้นดินแข็งอาจอยู่ตื้นในเขตเชิงเขา แต่อยู่ลึกในเขตที่ราบลุ่ม

  • เชียงใหม่: ความลึกเฉลี่ย 8 – 20 เมตร (เขตที่ราบลุ่มจะลึกกว่าพื้นที่เชิงดอย)
  • เชียงราย: ส่วนใหญ่พบชั้นดินแข็งที่ความลึก 17 – 23 เมตร
  • น่าน และพะเยา: ความลึกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 – 24 เมตร
  • ลำปาง และลำพูน: ชั้นดินแข็งมักอยู่ที่ความลึก 5 – 15 เมตร แต่บางจุดอาจลึกถึง 24 เมตร
  1. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

พื้นที่ส่วนใหญ่มักมีชั้นดินแข็งหรือดินลูกรังอยู่ตื้นกว่าภาคกลาง

  • ขอนแก่น: ชั้นดินแข็งอยู่ตื้นมากเพียง 4 – 8 เมตร (บางพื้นที่อาจลึกถึง 15 เมตร)
  • นครราชสีมา: ความลึกทั่วไปประมาณ 6 – 15 เมตร
  • ร้อยเอ็ด: ชั้นดินแข็งอยู่ตื้นมาก เฉลี่ยเพียง 1.5 – 5 เมตร
  • อุดรธานี และอุบลราชธานี: ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 6 – 18 เมตร
  1. พื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก
  • ชลบุรี: พื้นที่ทั่วไปลึก 18 – 24 เมตร แต่โซนพัทยาที่ดินแข็งอาจลึกเพียง 4 – 12 เมตร
  • ระยอง: ส่วนใหญ่เป็นดินแข็ง ความลึกเฉลี่ยเพียง 9 – 12 เมตร
  • ตรัง: ชั้นดินแข็งอยู่ที่ความลึกประมาณ 10 – 15 เมตร
  • นครศรีธรรมราช และนราธิวาส: ชั้นดินแข็งค่อนข้างลึก ตั้งแต่ 15 – 26 เมตร

วิธีตรวจสอบว่าตอกถึงชั้นดินแข็งแล้วหรือยัง?

เนื่องจากความลึกแต่ละจุดไม่เท่ากัน วิศวกรจึงใช้เกณฑ์มาตรฐานในการตัดสินความมั่นคงดังนี้:

  1. การนับ Blow Count: วัดระยะจมของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows) เพื่อดูว่าเสาเข็มจมลงตามเกณฑ์ที่วิศวกรออกแบบไว้หรือไม่ หากจมน้อยมากแสดงว่าปลายเข็มถึงชั้นดินแข็งแล้ว
  2. การทดสอบ Dynamic Load Test: เป็นการทดสอบกำลังรับน้ำหนักและความสมบูรณ์ของเสาเข็มโดยใช้วิธีพลศาสตร์ เพื่อยืนยันประสิทธิภาพการรับน้ำหนัก
  3. การเจาะสำรวจชั้นดิน (Soil Boring Test): เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดเพื่อให้ทราบระดับความลึกของชั้นดินดานในจุดก่อสร้างจริงก่อนดำเนินการ

สรุปท้ายบทความ

ความลึกของเสาเข็มสปันไมโครไพล์ขึ้นอยู่กับ “ระดับชั้นดินดาน” ในแต่ละพื้นที่ โดยเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมักต้องตอกลึกถึง 18 – 26 เมตร ขณะที่ภาคเหนือและอีสานอาจลึกเพียง 4 – 15 เมตร เท่านั้น หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงความลึกที่เป็นตัวเลข แต่คือการตอกให้ปลายเสาเข็มหยั่งถึงชั้นดินแข็ง (End Bearing) ซึ่งตรวจสอบได้ด้วยวิธี Last 10 Blow Count เพื่อป้องกันปัญหาอาคารทรุดตัวในระยะยาว