573 การเสริมฐานรากที่นิยมมีกี่วิธี? (มีวิธีหลัก 3 คือ ตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ข้างฐานรากเดิม, การขยายฐานรากให้กว้างขึ้น, และการฉีดอัดปูนหรือเรซินใต้ฐานรากเดิม)
การเสริมฐานราก (Underpinning) เป็นกรรมวิธีทางวิศวกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาอาคารทรุดตัวหรือเพื่อเพิ่มกำลังรับน้ำหนักให้กับฐานรากเดิม โดยมี 3 วิธีหลักที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ดังนี้ครับ:
- การตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ข้างฐานรากเดิม
วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดในการแก้ปัญหาบ้านทรุดที่ต้นเหตุ โดยวิศวกรจะทำการกดหรือตอก เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เพิ่มเติมลงไปข้างฐานรากเดิมจนถึงชั้นดินแข็ง (Solid Strata) ข้อดีของวิธีนี้คือเสาเข็มสปันไมโครไพล์มีหน้าตัดกลมกลวงซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอกได้ดี จึงไม่กระทบต่อโครงสร้างเดิมของอาคาร และสามารถทำงานในพื้นที่แคบใต้ถุนอาคารหรือในอาคารได้เนื่องจากใช้ปั้นจั่นขนาดเล็ก เมื่อตอกเสร็จจะมีการหล่อคอม้าหรือฐานรากใหม่เชื่อมเข้ากับเสาเดิมเพื่อถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาเข็มชุดใหม่นี้
- การขยายฐานรากให้กว้างขึ้น (Foundation Enlargement)
ในกรณีที่ต้องการเพิ่มกำลังรับน้ำหนักบรรทุกหรือเมื่อมีการเพิ่มจำนวนเสาเข็ม วิศวกรอาจพิจารณาใช้วิธีการ ขยายขนาดฐานราก (Enlarge Pile Cap) วิธีนี้ทำได้โดยการขุดเปิดหน้าดินรอบฐานรากเดิมแล้วทำการเสริมเหล็กและเทคอนกรีตเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของฐานราก การขยายฐานรากช่วยให้การกระจายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินหรือกลุ่มเสาเข็มสม่ำเสมอมากขึ้น และในบางกรณีอาจมีการเพิ่มความหนาของฐานรากเพื่อป้องกันแรงเฉือนทะลุ (Punching Shear) ในกรณีที่อาคารต้องรับน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม
- การฉีดอัดปูนหรือเรซินใต้ฐานรากเดิม
เป็นวิธีการปรับปรุงคุณสมบัติของดินใต้ฐานรากโดยไม่ต้องขุดเจาะโครงสร้างหนัก แบ่งเป็น 2 รูปแบบย่อยที่นิยมคือ:
- การอัดฉีดน้ำปูน (Pressure Grouting): เป็นการฉีดซีเมนต์เหลวความดันสูงลงใต้ฐานรากเพื่อเติมเต็มโพรงอากาศและอัดดินที่หลวมให้แน่นขึ้น ช่วยให้ฐานรากกลับมายึดเกาะกับดินได้อย่างมั่นคง
- การฉีดสารโพลียูรีเทน (Polyurethane Injection): เป็นเทคโนโลยีการฉีดสารเรซินความหนาแน่นสูงลงใต้ดิน สารจะขยายตัวเพื่อดันโพรงและช่วยยกปรับระดับพื้นหรือฐานรากที่ทรุดตัวให้กลับขึ้นมาใกล้เคียงระดับเดิม วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่พื้นทรุดเป็นโพรงแต่โครงสร้างหลักยังไม่เสียหายรุนแรง
สรุปท้ายบทความ
วิธีการเสริมฐานรากที่นิยมใช้มี 3 วิธีหลัก คือ 1. การเสริมเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เพื่อถ่ายน้ำหนักลงชั้นดินดานซึ่งมั่นคงที่สุดสำหรับงานแก้บ้านทรุด 2. การขยายขนาดฐานราก เพื่อเพิ่มพื้นที่รับแรงและกระจายน้ำหนักให้ดียิ่งขึ้น และ 3. การฉีดอัดวัสดุ (ปูนหรือเรซิน) เพื่ออัดดินให้แน่นและปิดโพรงใต้ฐานราก โดยการเลือกใช้วิธีใดนั้นต้องได้รับการประเมินและควบคุมโดยวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการทรุดตัวและสภาพดินในพื้นที่นั้นๆ

