กฎหมายปี 2566 บังคับตรวจเสาเข็มบ้าน 2 ชั้นไหม?

558 กฎหมายปี 2566 บังคับตรวจเสาเข็มบ้าน 2 ชั้นไหม?

กฎกระทรวง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 ไม่ได้บังคับ ให้ต้องจัดทำรายงานการสำรวจดินหรือทดสอบเสาเข็มสำหรับ บ้านพักอาศัยความสูง 2 ชั้น โดยตรงในกรณีทั่วไป แต่กฎหมายมุ่งเน้นไปที่อาคารขนาดใหญ่และความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป ดังรายละเอียดต่อไปนี้ครับ

  1. ประเภทอาคารที่บังคับต้องมีรายงานสำรวจดิน (Boring Test)

ตามกฎกระทรวงข้อ 5 กำหนดให้อาคารดังต่อไปนี้ ต้องมีรายงานการสำรวจดินฐานราก ประกอบรายการคำนวณฐานราก:

  • อาคารสูง หรือ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
  • อาคารขนาดใหญ่ที่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ และมี ความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป
  • อาคารที่มี ความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป ที่ก่อสร้างในโครงการจัดสรรที่ดิน

ดังนั้น บ้าน 2 ชั้น จึงไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับตามข้อนี้ เว้นแต่จะเป็นกรณีพิเศษที่วิศวกรผู้ออกแบบเห็นสมควร

  1. หากไม่มีรายงานสำรวจดิน กฎหมายกำหนดอย่างไร?

สำหรับอาคารที่ไม่เข้าเกณฑ์บังคับ (เช่น บ้าน 2 ชั้น) กฎกระทรวงข้อ 7 ระบุว่า หากไม่มีรายงานการสำรวจดิน ให้ผู้ออกแบบใช้ค่าหนว่ยแรงแบกทานที่ยอมให้ของดินประเภทต่างๆ ได้ ไม่เกินค่าที่กำหนด เช่น:

  • ดินเหนียวอ่อน: ไม่เกิน 2 ตันต่อตารางเมตร
  • ดินเหนียวแข็ง/ทรายแน่นปานกลาง: ไม่เกิน 10 ตันต่อตารางเมตร
  • ดินดาน: ไม่เกิน 20 ตันต่อตารางเมตร
  1. เกณฑ์การทดสอบเสาเข็ม (Load Test)

กฎกระทรวงปี 2566 ไม่ได้ระบุบังคับว่าบ้าน 2 ชั้นทุกหลังต้องทำการทดสอบน้ำหนักบรรทุก (Load Test) แต่หากมีการทดสอบ กฎหมายได้กำหนด ส่วนเผื่อความปลอดภัย (Factor of Safety) ไว้อย่างชัดเจนในข้อ 24 เพื่อความมั่นคง:

  • การทดสอบโดยวิธีพลศาสตร์ (Dynamic Load Test): ให้ใช้ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้ได้ ไม่เกินร้อยละ 40 ของแรงต้านทานสูงสุด (ทั้งนี้ต้องมีการสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์ด้วย)
  • กรณีเสาเข็มรับน้ำหนักไม่เกิน 40 ตันต่อต้น: (ซึ่งบ้าน 2 ชั้นมักใช้เสาเข็มในช่วง 20-30 ตัน) การประเมินต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

สรุป

กฎหมายปี 2566 ไม่ได้บังคับ ให้บ้าน 2 ชั้นต้องเจาะสำรวจดินหรือทดสอบเสาเข็ม อย่างไรก็ตาม ในทางวิศวกรรมและการปฏิบัติจริง วิศวกรโครงสร้างมักแนะนำให้มีการตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าเสาเข็มที่ตอกนั้นหยั่งถึงชั้นดินแข็งจริง (เช่น การเช็ค Blow Count หรือทำ Dynamic Load Test) เพื่อป้องกันปัญหาบ้านทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของฐานรากที่มั่นคงครับ