เครื่องมือ และ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทดสอบดินในสนาม

เครื่องมือ และ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทดสอบดินในสนาม

1. เครื่องมือในการทำ TRIAL PIT TEST PIT
เป็นเครื่องมือที่ใช้การขุดหลุมโดยใช้แรงงานของคนเป็นหลัก ซึ่งหาได้ง่ายทั่วๆ ไป นิยมใช้กับดินที่ไม่แข็งมากนัก และในความลึกที่ค่อนข้างตื้น ซึ่งจะมีการรบกวนดินที่ค่อนข้างน้อย สามารถเห็นการเรียงตัวของชั้นดินได้โดยง่าย แต่มักพบปัญหาคือ ระดับของน้ำใต้ดินหากว่ามีการขุดที่ลึกกว่า 2 ม. โดยเฉพาะดินทรายทซึ่งจะมีการพังทลายของหลุมเจาะที่ง่ายกว่าดินชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลข้างต้นเราจึงนิยมใช้วิธีการทดสอบนี้แค่ในการทดสอบดินขั้นต้นเท่านั้น

2. เครื่องมือในการทำ HAND AUGER BORING
เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย และอาศัยแรงหมุนของ AUGER เป็นหลัก เครื่องมือชนิดนี้นิยมใช้อยู่ด้วยกันสองชนิด คือ HELICAL AUGER กับ IWAN หรือ POST-HOLE AUGER นิยมใช้กับดินที่มีแรงยึดเหนี่ยว หรือดินที่มีความเหนียวมากๆ สามารถที่จะเจาะได้ที่ความลึก 5 – 7 ม. โดยการต่อก้านเหล็ก ทั้งนี้ขนาดของหลุมเจาะด้วย AUGER จะมีขนาดโดยประมาณอยู่ที่ 2.50 นิ้ว ถึง 4.00 นิ้ว

3. เครื่องมือในการทำ MECHANICAL AUGER BORINGS
เป็นเครื่องมือประเภทเครื่องจักร จะใช้สำหรับทำการหมุนตัว AUGER ทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และเจาะดินได้ลึกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ระบบที่ใช้ในการทำงานจะอาศัยกำลังเจาะที่มาจากเครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่น้อยกว่า 25 แรงม้า โดยที่หัวเจาะจะทำหน้าที่เจาะดินขึ้นลงด้วยระบบไฮดรอลิกส์ ซึ่งระบบนี้ถือว่าเป็นที่นิยมใช้กันมากในประเทศไทย

4. เครื่องมือในการทำ SHELL AND AUGER BORING
เป็นเครื่องมือที่จะทำการเจาะดินด้วย HELICAL AUGER ร่วมกันกับการใช้ท่อ CASING เหมาะสาหรับดินที่ไม่มีความเชื่อมแน่น หรือดินทราย เพราะจะช่วยป้องกันการพังทลายทางด้านข้างของหลุมเจาะได้ดี ซึ่งเครื่องมือชนิดนี้จะสามารถประยุกต์ใช้ได้กับดินทุกชนิด โดยทำการสูบน้ำให้ไหลลงไปในหลุมเพื่อที่จะทำการเก็บ เศษกรวด และ ทราย ที่ไหลล้นออกมากับน้ำได้

5. เครื่องมือในการทำ CONTINUOUS-FLIGHT AUGER BORING
เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับ ดินเหนียว หรือ ดินทราย หรือ ดินกรวด ที่มีเม็ดเล็กมากๆ โดยที่เครื่องมือชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นเกลียวสว่านติดอยู่รอบๆ ตัวของก้านเจาะโดยตลอดความยาวของก้านเจาะ วิธีการนี้ก็เป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป

6. เครื่องมือในการทำ WASH BORING
เป็นเครื่องมือที่ใช้ความดันของน้ำที่มีส่วนผสมของสารแขวนลอยประเภท BENTONITE ซึ่งจะทำให้ดินเกิดความ หลวม และ หลุดลอย เป็นเม็ดขึ้นมา ซึ่งในการผสมมักจะใช้สัดส่วนความหนาแน่นเท่ากับ 1.10 ถึง 1.20 ตัน ต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ตัวอย่างของดินที่ลอยขึ้นมาก็จะผสมกันกับน้ำทำให้การนำส่วนที่ตกตะกอนไปทำการวิเคราะห์นั้นได้ผลที่ไม่ละเอียดเท่าที่ควร แต่ ต้องถือว่าวิธีการนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากในระดับหนึ่ง เพราะ สามารถที่จะทำงานได้อย่างรวดเร็ว

7. เครื่องมือในการทำ WASH PROBING
เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการเจาะดินอย่างง่ายๆ โดยจะอาศัยการฉีดน้ำลงไปดินโดยตรง เพื่อหาค่าความเปลี่ยนแปลงของชั้น ดินอ่อน หรือ ดินที่มีความหลวม จนไปถึงชั้นดินที่มีความ แน่น และ แข็ง ซึ่งวิธีการนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการสำรวจชั้นดิน เพราะ สามารถที่จะทำงานได้ง่าย ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย

8. เครื่องมือในการทำ ROTARY BORING หรือ ROTARY DRILLING
เป็นเครื่องมือที่ใช้ใบมีด หรือ หัวเจาะ ทำการหมุนลงไปในดิน เพราะอาศัยกำลังของเครื่องยนต์เป็นหลักจึงสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว นิยมนำเครื่องมือชนิดนี้มาใช้สำหรับการเจาะดินที่มีความแข็งมากๆ หรือ หิน แต่ยังต้องอาศัยน้ำเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนที่หัวเจาะที่บริเวณก้นหลุมด้านล่าง

9. เครื่องมือในการทำ PERCUSSION BORING หรือ PERCUSSION DRILLING
เป็นเครื่องมือที่จะทำการเจาะโดยอาศัยแรงกระแทกของ HEAVY CHISEL หรือ SPUN หรือ WASH BORING ในการนำ ตัวอย่างดินขึ้นมามาจากหลุม แต่จะมีแรงกระแทกที่เกิดจากน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก จึงทำให้เป็นการรบกวน ตัวอย่างดินในชั้นที่อยู่ลึกลงไป ดังนั้นคนที่ทำการทดสอบดินจึงจำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์ และ ความชำนาญ ในการควบคุมการเจาะในการปล่อยน้ำหนัก เพื่อให้เกิดการรบกวน ตัวอย่างดินให้น้อยที่สุด