Monthly Archives: February 2022

เครื่องมือ และ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทดสอบดินในสนาม

01.20220203 bhumisiammicropile

เครื่องมือ และ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทดสอบดินในสนาม 1. เครื่องมือในการทำ TRIAL PIT TEST PITเป็นเครื่องมือที่ใช้การขุดหลุมโดยใช้แรงงานของคนเป็นหลัก ซึ่งหาได้ง่ายทั่วๆ ไป นิยมใช้กับดินที่ไม่แข็งมากนัก และในความลึกที่ค่อนข้างตื้น ซึ่งจะมีการรบกวนดินที่ค่อนข้างน้อย สามารถเห็นการเรียงตัวของชั้นดินได้โดยง่าย แต่มักพบปัญหาคือ ระดับของน้ำใต้ดินหากว่ามีการขุดที่ลึกกว่า 2 ม. โดยเฉพาะดินทรายทซึ่งจะมีการพังทลายของหลุมเจาะที่ง่ายกว่าดินชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลข้างต้นเราจึงนิยมใช้วิธีการทดสอบนี้แค่ในการทดสอบดินขั้นต้นเท่านั้น 2. เครื่องมือในการทำ HAND AUGER BORINGเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย และอาศัยแรงหมุนของ AUGER เป็นหลัก เครื่องมือชนิดนี้นิยมใช้อยู่ด้วยกันสองชนิด คือ HELICAL AUGER กับ IWAN หรือ POST-HOLE AUGER นิยมใช้กับดินที่มีแรงยึดเหนี่ยว หรือดินที่มีความเหนียวมากๆ สามารถที่จะเจาะได้ที่ความลึก 5 – 7 ม. โดยการต่อก้านเหล็ก ทั้งนี้ขนาดของหลุมเจาะด้วย AUGER จะมีขนาดโดยประมาณอยู่ที่ 2.50 นิ้ว ถึง 4.00 นิ้ว […]

“เสาเข็ม” ส่วนประกอบที่สำคัญ สำหรับการก่อสร้างใหม่ เพื่อฐานรากที่มั่นคง เลือกใช้เสาเข็ม สปันไมโครไพล์ Spun Micropile

03.micropile spun ไมโครไพล์ เสาเข็มสปัน 20220203 bhumisiammicropile

“เสาเข็ม” ส่วนประกอบที่สำคัญ สำหรับการก่อสร้างใหม่ เพื่อฐานรากที่มั่นคง เลือกใช้เสาเข็ม สปันไมโครไพล์ Spun Micropile ในทุกๆการก่อสร้าง เสาเข็มเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เนื่องจากเสาเข็มทำหน้าที่ในการถ่ายเทน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด กระจายลงสู่ชั้นดิน โดยอาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดินและแรงต้านทานที่ปลายเข็มจากชั้นดินแข็ง หากไม่มีการลงเสาเข็ม สิ่งก่อสร้างอาจเกิดการทรุดตัวหากพื้นผิวดินไม่สามารถรับน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างได้ การตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ สามารถตอบโจทย์การก่อสร้างใหม่ที่ต้องการฐานรากที่มั่นคงได้ เพราะเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็ก ที่มีความมั่นคงแข็งแรงจากการผลิตที่ใช้แรงเหวี่ยง(สปัน=กรอ,หมุน,ปั่น,เหวี่ยง) ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่น และภายในเสาเข็มมีโครงเหล็กฝังอยู่โดยรอบ สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ ถึง15-50 ตัน/ต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่) และทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 สร้างใหม่ เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ    

ความรู้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับ โครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพัง หรือ SOIL RETAINING STRUCTURTES

01.20220202 bhumisiammicropile

ความรู้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับ โครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพัง หรือ SOIL RETAINING STRUCTURTES จุดประสงค์ของการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพัง คือ การป้องกันการเคลื่อนตัวของมวลดิน ไม่ให้ดินเกิดการเคลื่อนที่เข้ามาสู่ตัวโครงสร้างจนโครงสร้างเกิดการวิบัติขึ้น ทั้งนี้การประยุกต์ใช้โครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพังในทางวิศวกรรรม เช่น งานดินถม งานดินขุด งานสะพาน งานโครงสร้างเพื่อป้องมิให้น้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนมากแล้วโครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพังนั้นมักที่จะก่อสร้างขึ้นในรูปแบบของกำแพงหรือ WALL ที่จะทำหน้าที่ในการกันดิน โดยวัสดุที่นิยมถูกนำมาสร้างมากที่สุดก็คือ คอนกรีต และ เหล็ก ตามลำดับ โดยจำแนกประเภทแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1. โครงสร้างกำแพงกันดินซึ่งจะอาศัยกลไกจากน้ำหนักของตัวเองในการรับแรง หรือ GRAVITY WALLสาเหตุที่ชื่อของกำแพงชนิดนี้คือ GRAVITY WALL นั่นเป็นเพราะว่า เสถียรภาพของกำแพงกันดินชนิดนี้จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวมันเองเป็นหลัก ซึ่งโดยมากแล้วการก่อสร้างโครงสร้างกำแพงกันดินชนิดนี้จะก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองค่อนข้างมาก เพราะตัวกำแพงจะต้องมีขนาดที่มากเพียงพอ ที่จะต้านทานแรงดันของดินที่เข้ามากระทำทางด้านข้างตัวกำแพงกันดินให้ได้ การใช้กำแพงกันดินชนิดนี้อาจจะเหมาะสมกับความสูงของดินที่ไม่มากนัก ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเราจึงไม่ค่อยนิยมนำกำแพงชนิดนี้ไปใช้ในการก่อสร้างเพื่อที่จะใช้ต้านทานมวลดินที่มีขนาดมากๆ 2. โครงสร้างกำแพงกันดินแบบยื่นซึ่งจะอาศัยกลไกอื่นๆ ในการรับแรง หรือ CANTILEVER WALLสำหรับกรณีที่กำแพงกันดินมีขนาดความสูงที่มาก ซึ่งพอพิจารณาแล้วก็อาจจะพบว่า การใช้กำแพงกันดินแบบ GRAVITY WALL อาจจะไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ซึ่งการที่ดินนั้นมีขนาดความสูงที่มากๆ ก็จะทำให้แรงดันดินทางด้านข้างก็จะมีค่าที่มากตามไปด้วยและก็จะยิ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้กำแพงกันดินนั้นเกิดการพลิกคว่ำหรือ […]

เสริมฐานรากอาคาร เพื่อเพิ่มกำลังในการรับน้ำหนัก ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile

03.spunmicropile micropile ไมโครไพล์ 20220202 bhumisiammicropile

เสริมฐานรากอาคาร เพื่อเพิ่มกำลังในการรับน้ำหนัก ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile อาคารที่ผ่านการใช้งาน เมื่อเวลาผ่านไปโครงสร้างอาคารย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ควรมีการเสริมกำลังในการรับน้ำหนักของฐานราก เพื่อปรับปรุงโครงสร้าง และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีในการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างและฐานราก อาจใช้ได้หลายวิธี ตามความเหมาะสม แต่วิธีที่ตอบโจทย์มากที่สุด เราขอแนะนำ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม มีการออกแบบฐานรากโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อให้การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นไปอย่างละเอียดรอบครอบ ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็กที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ปั้นจั่นที่ใช้ตอกถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก ใช้พื้นที่ในการทำงานน้อย และยังมีข้อดีในเรื่องของแรงสั่นสะเทือนขณะตอกน้อย เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ที่ต้องเสริมความแข็มแรงนั้น มักจะมีปัญหาความบกพร่องของฐานรากอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ควรให้มีแรงสั่นสะเทือน อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อฐานราก หรือโครงสร้างอาคารมากขึ้น เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ สามารถรับน้ำหนักได้ทันที มีการทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549  

ความรู้เรื่องวิศวกรรมความปลอดภัย

03.spun micro pile ไมโครไพล์ 20220201 bhumisiammicropile e1780543543192

ความรู้เรื่องวิศวกรรมความปลอดภัย ในความเป็นจริงแล้ว วิศวกรรมความปลอดภัยนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องเฉพาะกับงานในสาขาวิศวกรรมโยธาเพียงสาขาเดียวเท่านั้น แต่ศาสตร์ทางด้านนี้ถือเป็นสาขาวิชาการหนึ่งที่มุ่งเน้นทำการศึกษา และทำการจัดการเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของการทำงาน โดยที่จะเน้นไปที่การผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งก็อาจจะครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ในการผลิต ในการติดตั้ง รวมไปถึงในขั้นตอนและวิธีการทำงาน อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรที่พูดถึงเรื่องของการประเมินความเสี่ยงในเชิงคณิตศาสตร์อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ สาขาวิศวกรรมความปลอดภัยนั้น จะเน้นรูปแบบของการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยที่จะให้สอดคล้องกันกับระดับที่มีความเหมาะสมกับลักษณะของงานนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วหากเราจะสามารถทำการควบคุมหรือจำกัดการเกิดของอุบัติเหตุได้ เพราะวิธีการนี้เป็นวิธีการที่เราจะทำการ “ป้องกัน” มิให้เกิดอันตรายขึ้น แทนที่จะเป็นการ “แก้ไข” ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกทั้งการดำเนินการทางด้าน วิศวกรรมความปลอดภัยนี้ ยังเป็นการช่วยลดโอกาสที่จะเกิดเหตุอาการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุต่างๆ ในการทำงานในขั้นตอนต่างๆได้อีกด้วย ซึ่งก็อาจจะรวมถึงอาการเจ็บป่วยหรือการสูญเสียทรัพย์สินต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมมิให้เกิดเหตุภัยอันตรายต่างๆ ก่อนที่เหตุภัยอันตรายนั้นๆ จะพัฒนาตัวเองหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการของการก่อสร้างไป ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่า หากต้องมานั่งทำการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดจากกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเมื่อได้รู้จักกันกับบทบาทและหน้าที่ของ วิศวกรรมความปลอดภัย ว่ามีความสำคัญต่อการทำงานก่อสร้างมากขนาดไหน เมื่อจะต้องไปทำงานตามสถานที่ก่อสร้างต่างๆ จะต้องทำตามกฎของความปลอดภัย หรือ SAFRTY PROCUREMENT ที่ทางสถานที่ก่อสร้างนั้นๆ กำหนดให้เราต้องทำ เช่น ต้องสวมหมวกนิรภัยแบบมีที่คาดใต้คางอยู่เสมอ ต้องสวมรองเท้าหัวเหล็กเสมอ ต้องแต่งกายอย่างมิดชิด และไม่แต่งกายรุ่มร่ามโดยเด็ดขาด เป็นต้น        

สร้างใหม่ เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile เพื่อโครงสร้างที่มั่นคง และฐานรากที่แข็งแรง

03.spun micro pile ไมโครไพล์ 20220201 bhumisiammicropile e1780543543192

สร้างใหม่ เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile เพื่อโครงสร้างที่มั่นคง และฐานรากที่แข็งแรง การก่อสร้างใหม่ที่ดี และมีมาตรฐาน ควรมีการตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐานรากในการรองรับน้ำหนักโครงสร้างที่อยู่บนดิน และการตอกเสาเข็มควรตอกให้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง หรือตามรายการคำนวณที่ทางวิศวกรที่มีความชำนวญงานออกแบบ และได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ตามหลักวิศวกรรม เพราะในอนาคตมีโอกาสที่ดินจะยุบตัว หากตอกเสาเข็มสั้นเกินไป ไม่ได้ความลึกตามมาตรฐาน อาจทำให้เสาเข็มทรุดลงไปด้วย ส่งผลทำให้ฐานรากและโครงสร้างเกิดความเสียหาย เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่เริ่มสร้าง เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม ถึงแม้ว่าเสาเข็มจะมีความยาวเพียง 1.5 เมตร (โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายเข้าหน้างานได้อย่างสะดวก) แต่สามารถตอกได้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง โดยการนำเสาเข็มแต่ละท่อนมาเชื่อมต่อกันด้วยการเชื่อมแบบไฟฟ้า และตอกด้วยปั้นจั่นที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ จนได้ความลึกตามรายการคำนวณที่วิศวกรออกแบบ และได้รับการรับรองว่า สามารถรับน้ำหนักปลอดภัย ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม TPN-ภูมิสยาม (TPN-Bhumisiam) เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile): ผู้เชี่ยวชาญการตอกเสาเข็มในพื้นที่จำกัด! คุณกำลังมองหาโซลูชันสำหรับการต่อเติมหรือเสริมฐานรากในพื้นที่จำกัดอยู่ใช่ไหม? เราพร้อมนำเสนอ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คุณภาพสูง […]